Adminone

Author's details

Date registered: มิถุนายน 8, 2017

Latest posts

  1. รวบรวมคอลเล็กชันงานศิลปะสมัยศตวรรษที่ 20 — กันยายน 19, 2022
  2. ข่าวอุตสาหกรรมศิลปะ ภาพถ่าย — สิงหาคม 16, 2022
  3. ประวัติวัดโลกโมฬี จังหวัดเชียงใหม่  — กรกฎาคม 18, 2022
  4. วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  — มิถุนายน 24, 2022
  5. ศิลปะจากผึ้ง สิ่งมีชีวิตตัวเล็ก — มิถุนายน 8, 2022

Author's posts listings

เม.ย. 01

สามีหัวร้อนไม่พอใจภรรยาที่ชอบสีชมพูมากไปใช้ ค้อนทุบครัวสีชมพูพังเสียหายยับเยิน 

   สามีหัวร้อนไม่พอใจภรรยา เชื่อว่าคนแต่ละคนนั้นจะมีสีโปรดของตนเองซึ่งสีโปรดของแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปแต่โดยปกติแล้วผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบสีชมพูโดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นเด็กผู้หญิงสีชมพูจะเป็นสีสดอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้อย่างไรก็ตามบางคนถึงแม้ว่าจะโตขึ้นมาแล้วแต่สีโปรดก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงยังคงโปรดปรานสีชมพูจนสร้างความไม่พอใจให้กับคนใกล้เคียงได้เช่นเดียวกัน

     สำหรับความชื่นชอบเกี่ยวกับสีชมพูนั้นได้มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ที่สีชมพูเป็นสาเหตุในการทำให้คนไม่พอใจได้ อย่งเช่น หญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเธอได้มีการโพสต์แต่เป็นคลิปวีดีโอที่เธอถ่ายในขณะที่สามีของเธอกำลังทุบห้องครัวโดยคลิปดังกล่าวนั้นเธอถูกนำไปโพสใน tiktok ซึ่งถ้าถูกโพสต์ไปเมื่อวันที่ 5 เดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ. 2564 

        หลังจากที่เจ้าของโพสต์ได้มีการโพสต์ผิดดังกล่าวออกไปมีคนเป็นจำนวนมากที่เข้ามาดูคลิปซึ่งทางคนที่โพสต์คลิปก็ระบุว่าชายในคลิปนั้นคือสามีของเธอเขากำลังใช้ค้อนทุบทำลายข้าวของภายในห้องครัวจนพังเสียหายยับเยินส่วนสาเหตุนั้นก็เพราะว่าสามีของเธอนั้นไม่พอใจที่เธอนั้นทาห้องครัวและใช้ข้าวของเครื่องใช้เป็นสีชมพูทั้งหมด

โดยระบุว่าเธอเป็นคนที่ชื่นชอบสีชมพูมากไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือแม้แต่โซฟากระเป๋ารองเท้ารวมถึงเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างที่เธอใช้งานจะถูกซื้อเป็นสีชมพูทั้งหมดทำให้สามีของเธอนั้นค่อนข้างไม่พอใจซึ่งเธอเองนั้นก็ได้ถ่ายภาพทั้งรองเท้าและรถยนต์รวมถึงโซฟาที่เป็นสีชมพูโพสต์ลงในติ๊กต๊อกให้ดูด้วย  

    อย่างไรก็ตามชาวเน็ตมองว่าถึงแม้ว่าฝ่ายชายจะไม่ชื่นชอบสีชมพูของภรรยาของตัวเองมากแค่ไหนก็ควรจะมีวิธีการพูดคุยกันโดยสันติโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องพังข้าวของให้เสียหายเหมือนกับที่ฝ่ายชายกำลังทำอยู่อย่างในคลิปและที่สำคัญห้องครัวนั้นเป็นห้องที่เป็นพื้นที่ของฝ่ายหญิงในการที่จะทำกับข้าวดังนั้นฝ่ายชายจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำลายห้องครัว  อย่างไรก็ตามความคิดเห็นของบางส่วนยังมองว่าถ้าหากฝ่ายหญิงเป็นคนที่ชื่นชอบสีชมพูมากแทนที่จะเปลี่ยนสีที่ตัวเองชอบการเปลี่ยนสามีน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีมากกว่า 

      สำหรับคลิปที่มีการโพสต์เกี่ยวกับสามีหัวร้อนที่ไม่พอใจสีชมพูในห้องครัวของภรรยาของตนเองนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศมาเลเซียโดยคลิปดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการตรวจสอบว่าเป็นการสร้าง Content ขึ้นมาเพื่อหวังสร้างกระแสหรือไม่หรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวจริงๆ 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บหลัก

มี.ค. 22

รถเบนซ์จอดทิ้งเอาไว้ที่ลานจอดรถของโรงแรมนาน  4 ปีถูกเลขเก็บค่าจอด 2.5 แสนบาท 

            รถเบนซ์จอดทิ้งเอาไว้ที่ลานจอดรถ  สำหรับความขี้หลงขี้ลืมนั้นเชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็นเหมือนกันซึ่งบางคนก็อาจจะลืมกระเป๋าบางคนอาจจะลืมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆแต่เชื่อว่าส่วนใหญ่ที่ลืมนั้นก็น่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่ใช่ของชิ้นใหญ่อะไรอย่างไรก็ตามประสบการณ์ที่ขี้หลงขี้ลืมนั้นทุกคนมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไปแต่มีหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเธอมีประสบการณ์ขี้หลงขี้ลืมที่ยิ่งใหญ่มากๆและการที่เธอขี้ลืมนั้นก็ทำให้เธอนั้นต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

       มีการเปิดเผยออกมาจากเว็บไซต์ชื่อดังของประเทศจีนเมื่อวันที่ 4 เดือนสิงหาคมปีพศ 2564 โดยเว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่าที่โรงแรมแห่งหนึ่ง  ซึ่งเป็นโรงแรมชื่อดังในเมืองเฉิงตู  มณฑลเสฉวน   ทางผู้จัดการโรงแรมได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยตามหาเจ้าของรถเบนซ์คันหนึ่งโดยทางผู้จัดการโรงแรมระบุว่ารถเบนซ์คันดังกล่าวมีการนำมาจอดทิ้งไว้ที่บริเวณลานจอดรถของโรงแรมเป็นระยะเวลานานแล้วคำนวณแล้วทั้งสิ้นเป็นระยะเวลาถึง 4 ปีด้วยกันแล้ว

        อย่างไรก็ตามในการจอดรถไว้ที่โรงแรมนั้นจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าเช่าพื้นที่ในการจอดรถซึ่งตลอดระยะเวลา 4 ปีที่นำรถมาจอดนี้โรงแรมมีการคิดเงินรวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 50,000 หยวน ด้วยกันหรือถ้าหากคิดเป็นเงินไทยก็เป็นยอดเงินมากกว่า  256,000 บาทเข้าไปแล้ว 

        อย่างไรก็ตามทางด้านผู้จัดการโรงแรมระบุว่ารถคันนี้จอดมานานแล้วซึ่งในตอนแรกนั้นเขาคิดว่าเป็นลูกค้าที่มาเข้าพักที่โรงแรมและอาจจะมีการเช่าห้องพักในระยะยาวจึงไม่ได้ติดใจอะไรแต่หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนพบว่ารถคันดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการขยับเขยื้อนไปไหนแต่เขาก็ไม่ได้ตรวจสอบเนื่องจากว่าลูกค้าสามารถจอดรถได้และมีการคิดค่าบริการสำหรับการนำรถมาจอดอยู่แล้ว

      สำหรับสาเหตุที่ทางผู้จัดการโรงแรมจำเป็นต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาเจ้าของรถเบนซ์คันดังกล่าวก็เพราะว่าในตอนนี้ทางโรงแรมจะมีการปรับปรุงลานจอดรถซึ่งจะต้องมีการย้ายรถออกจากพื้นที่ดังนั้นจึงเหลือรถเบนซ์คันเก่าคันเดียวที่ยังจอดอยู่ผู้จัดการโรงแรมจึงจำเป็นที่จะต้องให้เจ้าของรถมาย้ายรถออกไป

       อย่างไรก็ตามเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบทะเบียนรถก็พบว่าเจ้าของรถเบนซ์คันดังกล่าวนั้นเป็นเศรษฐีนีคนหนึ่งซึ่งเมื่อติดต่อไปเธอก็ระบุว่าตัวเธอนั้นลืมไปแล้วว่าเธอมีการนำรถเบนซ์ไปจอดที่โรงแรมดังกล่าวโดยระบุว่าเธอไปเที่ยวปาร์ตี้กับเพื่อนๆโดยเธอขับรถไปแต่เนื่องจากปาร์ตี้เสร็จแล้ว

เพื่อนเธอได้ขับรถมาส่งและเธอก็ลืมไปแล้วว่าเธอขับรถไปเพราะเธอมัวแต่ทำงาน และเธอมีรถหลายคันจนเธอลืมไปว่ารถเธอหายไป 1 คัน อย่างไรก็ตามเธอยินดีจ่ายค่าจอดรถที่มีการจอดทิ้งไว้นานโดยทางโรงแรมมีการลดให้กับเธอเหลือเพียงให้เธอจ่ายเป็นเงินแค่เพียง 6000 หยวนเท่านั้น 

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร gclub royal1688

มี.ค. 15

ครูสาวสุดเซ็งสักปากตามที่ยายบอกสภาพกับบวมเจ่อยังกับผึ้งต่อย

 

       สักปากบวมเจ่อยังกับผึ้งต่อย  เมื่อวันที่ 29 เดือนมกราคม ปีพ.ศ. 2565 ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งระบุว่าเธอชื่อครูปัทได้โพสต์คลิปลงใน Application tiktok ซึ่งเป็นภาพของเธอซึ่งมีสภาพปากบวมเจ่อโดยระบุว่าเธอนั้นไปทำการสักปากมา  ทางด้านครูปัทได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าในวันดังกล่าวนั้นเธอได้พาคุณยายไปที่ร้านเสริมสวยเพื่อทำการสักคิ้วระหว่างที่มีการต่อเติมคิ้วจนเสร็จเรียบร้อยดีแล้วปรากฏว่าร้านเสริมสวยนั้นว่างไม่มีคนมารอคิวทำเสริมสวยเลยคุณยายของเธอจึงได้แนะนำให้เธอนั้นทำการสักปากดูโดยบอกว่าออกมาแล้วจะสวยและที่สำคัญไม่เจ็บอีกด้วย

 

               นอกจากนี้ถ้าหากทำแล้วพรุ่งนี้เธอก็สามารถทำปากสวยๆของเธอนั้นไปออกงานเลี้ยงได้เลยซึ่งแน่นอนว่าคุณครูปัดนั้นค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวคุณยายและเชื่อมั่นร้านค้านี้มากเพราะคุณยายใช้บริการร้านเสริมสวยนี้มานานดังนั้นเมื่อเห็นเป็นจังหวะดีที่ไม่มีลูกค้าคุณครูปัทก็เลยทำการสักปากตามที่คุณยายแนะนำแต่หลังจากสักปากเสร็จเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าปากที่คิดว่าจะสวยและพาไปออกงานได้นั้นกับบวมเจ่อขึ้นมาซึ่งมีสภาพไม่แตกต่างกับคนที่โดนผึ้งต่อยปากกันเลยทีเดียว

 

       อย่างไรก็ตามครูปัทมั่นใจว่าอีกไม่นานสภาพปากที่บวมมันก็จะต้องยุบลงอย่างแน่นอนซึ่งหลังจากที่ทำการสักปากเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณครูปัทก็ได้ไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อนที่จะกลับบ้านหลังจากนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จแม่ค้าที่เห็นปากของคุณครูปัดนั้นก็ต้องตกใจเป็นอย่างมากนึกว่าก๋วยเตี๋ยวที่แม่ค้าทำให้ลูกค้ากินนั้นใส่พริกเยอะมากจนเกินไปจนทำให้ลูกค้ามีสภาพปากบวมเจ่อ

 

       ซึ่งคุณครูปัทต้องอธิบายให้แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวฟังว่าแท้ที่จริงแล้วปากของครูปัทบวมเพราะว่าไปทำการสักปากนั่นเองไม่เกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยวของแม่ค้าแต่อย่างใดเรื่องนี้กลายเป็นกระแสให้ชาวโซเชียลพากันขันและแซวเล่นกันอย่างมากมายเลยทีเดียว

 

       อย่างไรก็ตามครูปัดแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่าหากใครที่สนใจจะไปทำการสักปากนั้นจะต้องมั่นใจว่าจะสามารถยอมรับสภาพหน้าตัวเองได้ไปสักระยะหนึ่งเพราะกว่าที่ปากจะยุบลงนั้นก็ใช้ระยะเวลานานถึง 4 ชั่วโมงเลยทีเดียวและกว่าปากจะสวยงามเป็นปกตินั้นก็ต้องใช้ระยะเวลานานเกือบ 3 วันเลยทีเดียวซึ่งหลังจากที่ปากของครูปัดยุบลงกลายเป็นปากที่สวยงามตามปกติแล้วคุณครูปัดบอกว่าเธอรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก เพราะกลัวว่าปากจะบวมเจ่อเหมือนพิมรี่พายแบบถาวร 

 

สนับสนุนโดย.    เครดิตฟรี gclub

มี.ค. 08

ประวัตินักแต่งเพลงคนแรกของโลก 

     นักแต่งเพลงคนแรก   หากมีการพูดถึงเรื่องของเสียงเพลงเชื่อว่าคนแต่ละคนนั้นมีความชื่นชอบเพลงที่แตกต่างกันออกไปบางคนชอบเพลงแนวคลาสสิคบางคนชอบเพลงแนวร็อคหรือแนวอัลเทอร์เนทีฟนอกจากนี้ปัจจุบันยังมีแนวเพลงต่างๆเกิดขึ้นมาใหม่มากมายหลายแนว 

อย่างไรก็ตามเราจะไม่สามารถตีเพลงฟังได้เลยถ้าเราขาดนักแต่งเพลงซึ่งในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยหรือต่างประเทศก็ตามจะมีนักแต่งเพลงขึ้นมามากมายเต็มไปหมดในแต่ละปีนั้นจะมีนักแต่งเพลงหน้าใหม่ๆและมีการรังสรรค์ผลงานออกมาให้พวกเราได้ฟังเพลงกัน   

        หากใครที่ชื่นชอบผลงานของศิลปินด้านไหนเป็นพิเศษก็อาจจะหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของนักแต่งเพลงว่าใครเป็นคนแต่งเพลงนี้  แต่คุณรู้หรือไม่ว่านักแต่งเพลงคนแรกของโลกนั้นคือใครและใครเป็นคนแรกที่รังสรรค์ผลงานเพลงขึ้นมาให้ในปัจจุบันนี้เราได้มีเพลงฟังกันซึ่งในบทความนี้จะมีการพูดถึงประวัติของนักแต่งเพลงคนแรกให้เราได้ทราบข้อมูลอย่างละเอียดกัน 

        สำหรับนักแต่งเพลงคนแรกของโลกนั้นเขามีชื่อว่า  Hildegrad von Bingen  ซึ่งเชื่อได้เลยว่าหลายคนคงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของเขามาก่อนเพราะคนรุ่นหลังใหม่ๆหรืออาจจะคนส่วนใหญ่นั้นมักจะคิดว่านักแต่งเพลงในยุคแรกๆนั้นน่าจะเป็นบีโธเฟนหรือไม่ก็ Mozart นั่นเองซึ่งเป็นข้อมูลที่ทุกคนนั้นเข้าใจผิดและเข้าใจคลาดเคลื่อนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เพราะคนที่แต่งเพลงคนแรกนั้นไม่ใช่บุคคลในตำนานทั้งสองคนนี้แต่เป็นบุคคลที่อาจจะไม่มีใครนึกถึงได้ว่าเขาจะกลายมาเป็นนักแต่งเพลงคนแรกของโลก

        สำหรับ Hildegrad von Bingen  หนังเป็นชื่อของแม่ชีท่านหนึ่งซึ่งแม่ชีท่านนี้นับถือศาสนาคริสต์อาศัยอยู่ที่เมืองบินเงินของประเทศเยอรมนีโดยแม่ชีท่านนี้มีอายุอยู่ในช่วงประมาณปีคริสต์ศักราช 1981 ถึง 1179   Hildegrad von Bingen   ได้มีการรังสรรค์ผลงานขึ้นมาครั้งแรกเป็นการแต่งเพลงขึ้นมาด้วยตนเองไม่ใช่พัฒนามาจากโครงสร้างแนวเพลงเก่าใดๆทั้งสิ้นซึ่งมีการแต่งทำนองและเนื้อเพลงขึ้นมาใหม่เอง

ทั้งหมดด้วยผลงานที่ Hildegrad von Bingen  ได้มีการทำขึ้นมานั้นมีมากมายหลายเพลงเลยทีเดียวนอกจากนี้เนื้อเพลงแต่ละเพลงนั้นยังมีมากมายหลายประเภทมีการรวบรวมเอาไว้ในหนังสือรวมเพลง Symphony orchestra เวลาชุมนุม

     หลังจากสิ้นสุดผลงานของแม่ชี Hildegrad von Bingen   ก็มีนักแต่งเพลงคนอื่นแต่งเพลงเกิดขึ้นมาเรื่อยๆจนมาถึงในยุคปัจจุบันนี้ซึ่งแนวเพลงแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นก็มีความแตกต่างกันออกไปแต่อย่างไรก็ตามคนที่ชื่นชอบเสียงเพลงนั้นก็จะเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยนแจ่มใสและการฟังเพลงนั้นก็จะทำให้เรานั้นเพลิดเพลินและคลายเครียดได้อย่างมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

ก.พ. 23

ประวัติ มหาตมะคานธี 

     มหาตมะคานธี   เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของ บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์คนหนึ่งของประเทศอินเดีย  หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญของโลกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เนื่องจากบุคคลนี้ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นอย่างมาก สำหรับชายที่เรากำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ก็คือ มหาตมะคานธี  

       สำหรับชื่อจริงของเขานั้น เขามีชื่อเต็มว่า  โมฮันทาน การัมจันทร์ คานธี ท่านที่เกิดวันที่ 2 ตุลาคม ปี  ค.ศ. 1869 ที่เมืองโปรพันธะแคว้นคชรัตน์ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย    สำหรับ มหาตมะคานธี นั้นท่านนับถือศาสนาฮินดูแต่กำเนิดใช้ชีวิตอยู่ในวรรณะแพศย์ครั้งเมื่อคดีอายุ 18 ปี

มหาตมะคานธี จึงได้เรียนวิชากฎหมายที่ประเทศอังกฤษ  นอกจากนี้ยังได้มีการ ปฏิญาณต่อมารดาว่าเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสุรา และนารี อย่างเด็ดขาด 

        หลังจากการศึกษาต่อไม่นานเขาก็สำเร็จการศึกษา  แล้วหลังจากนั้น คานธี ก็ได้ เดินทางกลับอินเดียซึงตรงกับในปี ค.ศ. 1891 มหาตมะคานธีนั้นถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ยิ่งใหญ่และมีคุณูปการต่อผู้คนทั้งในอินเดียและระดับโลก  เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเส้นทางของเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อคานธีเปิดสำนักทนายความในประเทศอินเดียอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จเขาจึงตัดสินใจทำงานเป็นทนายความให้กับนักธุรกิจชาวอินเดียมุสลิมที่มีบริษัทอยู่ในประเทศแอฟริกาใต้ในปี ค.ศ.  1893 

         การไปทำงานที่แอฟริกาใต้นี้เองที่ทำให้เขาพบว่าชาวอินเดียที่เป็นแรงงานอยู่ประเทศดังกล่าวถูกปฏิบัติอย่างเอาเปรียบอย่างมาก เมื่อรู้ดังนั้น  มหาตมะคานธี  จึงตัดสินใจอยู่ที่แอฟริกาใต้เกินกว่ากำหนดและต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับแรงงานเหล่านั้นโดยใช้วิธีการต่อสู้แบบสัตยาเคราะห์คือวิธีที่ไม่ฝักใฝ่ความรุนแรงไม่ใช้กำลังแต่ใช้พลังธรรมะซึ่งการต่อสู้แบบสัตยาเคราะห์มีองค์ประกอบ 3 ประการคือ สัตย์หมายถึงความจริง

หมายถึงการไม่เบียดเบียนให้เสียเลือดเสียเนื้อและ  การดื้อแพ่งหมายถึงการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างสงบและการไม่ให้ความร่วมมือแก่ทางราชการเช่นการหยุดงานการไม่จ่ายภาษีหลังจากการต่อสู้ด้วยวิธีสัตยาเคราะห์จนประสบความสำเร็จในปี 1915 

      มหาตมะคานธี   ได้เดินทางกลับบ้านเกิดประเทศอินเดียและได้รับความไว้วางใจจากพรรคคองเกรสให้เป็นผู้นำต่อต้านกฎหมายเช่นพระราชบัญญัติ roasted ปี 1919 กฎหมายภาษีเกลือปี 1930 และเขาก็ได้กระทำการยิ่งใหญ่ต่อสู้เรียกร้องด้วยวิธีสัตยาเคราะห์จนทำให้อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1947 ในที่สุด

         มหาตมะคานธี ถึงแก่มรณภาพหลังจากที่อินเดียได้รับเอกราชเพียง 5 เดือนด้วยสาเหตุถูกลอบยิงจากชาวฮินดูหัวรุนแรงเมื่อวันที่ 30 มกราคมปี ค.ศ.1948 โดยคุณอุปการที่มหาตมะคานธีมีต่อประเทศอินเดียเขาจึงได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งชาติอินเดียและขณะเดียวกันองค์การสหประชาชาติก็กำหนดให้วันเกิดของเขาคือวันที่ 2 ตุลาคมเป็นวันไม่ใช้ความรุนแรงของสากล 

 

สนับสนุนโดย.    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ก.พ. 14

ประวัติ มหาตมะคานธี 

    ประวัติ มหาตมะคานธี    เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของ บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์คนหนึ่งของประเทศอินเดีย  หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญของโลกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เนื่องจากบุคคลนี้ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นอย่างมาก สำหรับชายที่เรากำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ก็คือ มหาตมะคานธี  

       สำหรับชื่อจริงของเขานั้น เขามีชื่อเต็มว่า  โมฮันทาน การัมจันทร์ คานธี ท่านที่เกิดวันที่ 2 ตุลาคม ปี  ค.ศ. 1869 ที่เมืองโปรพันธะแคว้นคชรัตน์ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย    สำหรับ มหาตมะคานธี นั้นท่านนับถือศาสนาฮินดูแต่กำเนิดใช้ชีวิตอยู่ในวรรณะแพศย์ครั้งเมื่อคดีอายุ 18 ปี มหาตมะคานธี จึงได้เรียนวิชากฎหมายที่ประเทศอังกฤษ  นอกจากนี้ยังได้มีการ ปฏิญาณต่อมารดาว่าเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสุรา และนารี อย่างเด็ดขาด 

        หลังจากการศึกษาต่อไม่นานเขาก็สำเร็จการศึกษา  แล้วหลังจากนั้น คานธี ก็ได้ เดินทางกลับอินเดียซึงตรงกับในปี ค.ศ. 1891 มหาตมะคานธีนั้นถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ยิ่งใหญ่และมีคุณูปการต่อผู้คนทั้งในอินเดียและระดับโลก  เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเส้นทางของเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อคานธีเปิดสำนักทนายความในประเทศอินเดียอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จเขาจึงตัดสินใจทำงานเป็นทนายความให้กับนักธุรกิจชาวอินเดียมุสลิมที่มีบริษัทอยู่ในประเทศแอฟริกาใต้ในปี ค.ศ.  1893 

         การไปทำงานที่แอฟริกาใต้นี้เองที่ทำให้เขาพบว่าชาวอินเดียที่เป็นแรงงานอยู่ประเทศดังกล่าวถูกปฏิบัติอย่างเอาเปรียบอย่างมาก เมื่อรู้ดังนั้น  มหาตมะคานธี  จึงตัดสินใจอยู่ที่แอฟริกาใต้เกินกว่ากำหนดและต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับแรงงานเหล่านั้นโดยใช้วิธีการต่อสู้แบบสัตยาเคราะห์คือวิธีที่ไม่ฝักใฝ่ความรุนแรงไม่ใช้กำลังแต่ใช้พลังธรรมะ

ซึ่งการต่อสู้แบบสัตยาเคราะห์มีองค์ประกอบ 3 ประการคือ สัตย์หมายถึงความจริง หมายถึงการไม่เบียดเบียนให้เสียเลือดเสียเนื้อและ  การดื้อแพ่งหมายถึงการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างสงบและการไม่ให้ความร่วมมือแก่ทางราชการเช่นการหยุดงานการไม่จ่ายภาษีหลังจากการต่อสู้ด้วยวิธีสัตยาเคราะห์จนประสบความสำเร็จในปี 1915 

      มหาตมะคานธี   ได้เดินทางกลับบ้านเกิดประเทศอินเดียและได้รับความไว้วางใจจากพรรคคองเกรสให้เป็นผู้นำต่อต้านกฎหมายเช่นพระราชบัญญัติ roasted ปี 1919 กฎหมายภาษีเกลือปี 1930 และเขาก็ได้กระทำการยิ่งใหญ่ต่อสู้เรียกร้องด้วยวิธีสัตยาเคราะห์จนทำให้อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1947 ในที่สุด

         มหาตมะคานธี ถึงแก่มรณภาพหลังจากที่อินเดียได้รับเอกราชเพียง 5 เดือนด้วยสาเหตุถูกลอบยิงจากชาวฮินดูหัวรุนแรงเมื่อวันที่ 30 มกราคมปี ค.ศ.1948 โดยคุณอุปการที่มหาตมะคานธีมีต่อประเทศอินเดียเขาจึงได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งชาติอินเดียและขณะเดียวกันองค์การสหประชาชาติก็กำหนดให้วันเกิดของเขาคือวันที่ 2 ตุลาคมเป็นวันไม่ใช้ความรุนแรงของสากล 

 

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ก.พ. 08

เรื่องเล่าสัตว์ในตำนาน  Sphinx 

  ตำนาน  Sphinx   เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของสัตว์ในตำนานกันมาบ้างเลยสัตว์ในตำนานที่เราจะมาพูดถึงกันในครั้งนี้นั้นก็คือตัวSphinx นั่นเองซึ่งสัตว์ชนิดนี้นั้นว่ากันว่ามีรูปแบบของการผสมผสานกันมากมายของสัตว์หลายชนิด 

และSphinx ก็มีรูปร่างหน้าตามากมายหลายแบบขึ้นอยู่กับว่าแต่ละสถานที่มีเอกลักษณ์ลักษณะเป็นแบบไหนหรือมีวัฒนธรรมเป็นแบบไหนอย่างไรก็ตามสิ่งที่พบเห็นได้เหมือนกันก็คือตัวสฟิงซ์นั้นจะมีลักษณะเป็นสัตว์ 4 ขา 

      สำหรับรูปร่างของสปริงส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นพวกรูปปั้นหรือรูปวาดก็ตามแต่นั้นจะเห็นได้ว่าตัวสฟิงซ์ที่ถูกนำมาเปิดเผยอยู่ในขณะนี้จะมีลักษณะคล้ายกับตัวสฟิงซ์กำลังนอนอยู่หรือไม่ก็กำลังนั่งอยู่นั่นเองซึ่งแน่นอนว่าในแต่ละวัฒนธรรมในแต่ละประเทศนั้นก็จะมีความเชื่อเกี่ยวกับสฟิงซ์แตกต่างกันออกไป

     ยกตัวอย่างเช่นความเชื่อเกี่ยวกับสฟิงซ์ของประเทศอียิปต์นั้นว่ากันว่าสัตว์ชนิดนี้มีลักษณะที่โดดเด่นเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าส่วนหัวของตัวสฟิงซ์นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ในขณะที่ลำตัวนั้นมีลักษณะคล้ายกับสิงโตและที่สำคัญใบหน้าของสฟิงซ์นั้นจะมีลักษณะเหมือนกับฟาโรห์ซึ่งเรามักจะเห็นได้ตามปิรามิดหรือรูปภาพของสฟิงซ์ที่มีการเผยแพร่กันในปัจจุบัน

       โดยลักษณะของตัวสฟิงซ์นั้นใบหน้าของมนุษย์ที่เราเชื่อกันว่าเป็นใบหน้าของฟาโรห์นั้นจะมีลักษณะของมีเคราและมีคางที่สำคัญตรงบริเวณกลางหน้าผากของสฟิงซ์นั้นจะมีงูจงอางแผ่แม่เบี้ยอยู่

และตัวสฟิงซ์นั้นก็จะมีการประดับประดาด้วยเครื่องเพชรนิลจินดามากมายเต็มไปหมดเรียกได้ว่าเป็นการประดับประดาเหมือนกับการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับกษัตริย์ในสมัยโบราณนั่นเอง 

     บางตำรามีการกล่าวว่าสิ่งนั้นก็คือเทพแห่งรุ่งอรุณหรือเทพฮามาซิส  แปลงร่างลงมาโดยเทพแห่งนี้นั้นมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันเรามักจะพบเห็นได้ตามสถานที่ที่เป็นมหาพีระมิด และสำหรับ Sphinx  ที่คนรู้จักกันอย่างกว้างขวางหรือรู้จักกันมากที่สุดในโลกในตอนนี้ก็คือสิ่งที่อยู่ตรงบริเวณมหาพีระมิดคาเฟ่ซึ่งมีชื่อเรียกว่ามหาสฟิงซ์แห่งกิซ่านั่นเอง 

    อย่างไรก็ตามรูปแบบของสฟิงซ์นั้นไม่ได้มีเป็นแบบของเพศชายอย่างเดียวเท่านั้นซึ่งในปัจจุบันนั้นเราสามารถเห็นสฟิงซ์ในรูปแบบของผู้หญิงได้ด้วยโดยลักษณะเฟืองในรูปแบบของผู้หญิงนั้นมักจะอยู่ในรูปแบบของวัฒนธรรมของชาวกรีกซึ่งจะมีลักษณะที่เป็นตัวเป็นสิงโตแล้วมีปีกแต่มีใบหน้าและทรงอกเหมือนผู้หญิงซึ่งปีกที่แสดงให้เห็นนั้นจะเป็นปีกของนกอินทรีย์

     อย่างไรก็ตามเรื่องจริงผู้หญิงนั้นว่ากันว่ามีนิสัยดุร้ายและน่ากลัวเป็นอย่างมากและชื่นชอบการกินมนุษย์ โดยมีชื่อเรียกว่า เอดิปุส  มักจะกระโดดออกมาจากพุ่มไม้เพื่อมาหาเหยื่อแต่จะไม่เข้ากินเหยื่อในทันทีแต่จะต้องโดนการถามคำถามจากนางและสัญญาที่จะปล่อยให้เป็นอิสระหากตอบคำถามของนางได้

ซึ่ง   เอดิปุส เป็นมนุษย์ที่ตอบคำถามของนางได้ซึ่งนางก็ไม่เคยได้ยินคำตอบนี้จากมนุษย์คนไหนเลยจึงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับบินขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะทิ้งตัวดิ่งลงเพื่อฆ่าตัวตายในทะเล 

 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet เว็บแม่

ก.พ. 02

สิ่งของที่เป็นมงคลของจีน ในเทศกาลตรุษจีน 

  

  สีแดงสี

     สิ่งของที่เป็นมงคลของจีน   สำหรับประเทศจีนหรือในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนนั้นสีแดงคือสีแห่งมหามงคลสีแดงนั้นอยู่ในวัฒนธรรมของชาวจีนมายาวนานเป็นสีแห่งสิริมงคลอย่างแท้จริงเพื่อเป็นการพิสูจน์ความจริงในข้อนี้  UFABET เว็บหลัก   มาดูกันครับว่าชาวจีนใช้สีแดงทำอะไรกันบ้างไม่ว่าจะเป็นกระดานหุ้นก็ใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์ในการบอกว่าหุ้นขึ้นและใช้สีเขียวในการบอกว่าหุ้นตก

อย่างเช่นคำกล่าวภาษาจีนว่า ไท่หงผันแปลว่าเปิดกระดานแดงที่หมายถึงหุ้นดีดตัวสูงขึ้นตั้งแต่เปิดตลาด หรือคำว่า หง- เหริน ที่แปลว่าคนแดงก็ถูกนำมาใช้กับคำว่าคนดัง หรือคำว่า หง- อวิ้น  ที่ถ้าแปลตรงตรงก็แปลว่าโชค

        สีแดงนั้นก็ถูกนำมาใช้เรียกแทนคำว่าดวงดีหรือไม่แต่คำว่ารายชื่อเกียรติยศก็คือคำว่าคงต่างกันเองหรือไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามพระราชวังพระตำหนักหรือสิ่งปลูกสร้างสมัยก่อนของชาวจีนวัสดุส่วนใหญ่องค์ประกอบก็มักจะเลือกใช้สีแดงนอกจากนี้ที่ได้ยังถูกใช้ในพิธีมงคลต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานการเปิดร้านใหม่ขึ้นบ้านใหม่

หรือวันขึ้นปีใหม่อย่างวันตรุษจีนเป็นต้นจึงถือได้ว่าสีแดงนั้นขึ้นสีที่มีพลังอำนาจที่ให้แสงสว่างขับไล่สิ่งอัปมงคลภูตผีปีศาจทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟในเบญจธาตุของจีนและธาตุไฟในแผนภูมิผู้ป่วยที่หมายถึงแสงสว่างความอบอุ่นพละกำลังและความรุ่งโรจน์อีกด้วย

    เลข 8

        เลขแห่งความร่ำรวยเลข 8 ตามความเชื่อของชาวจีนมีความหมายถึงความร่ำรวยมั่งคั่งทวีคูณก็มีลักษณะเป็นวงกลม 2 อันซ้อนกันเหมือนการทำซ้ำหรือ Double ในขณะที่หากคลิกหมุนเลข 8 ในอีกมุมเลขนี้เป็นสัญลักษณ์อินฟินิตี้ซึ่งแปลว่าไม่มีที่สิ้นสุดด้วยเหตุนี้จึงจะอยู่บนเครื่องรางนำโชคมากมายชาวจีนเชื่อว่าการเก็บสิ่งของที่มีเลข 8 ไว้ในบ้านจะนำมา

ซึ่งโชคลาภและช่วยปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายได้หรือไม่จีนการมีห้องชุดบนชั้น 8 ถือว่าเป็นเรื่องที่มงคลอย่างยิ่งก็หมายถึงมีสวรรค์แต่ชั้นหรือความสำเร็จ 8 ชั้น

        ในประเทศจีน สิงคโปร์และไต้หวัน หากมีลูกที่เกิดในวันที่ 8 ของเดือนไม่มาเขาจะเป็นลำดับที่เท่าไหร่ของครอบครัว ก็จะถูกเรียกว่าลูก 8 หรือลูกชายแตก เพราะเป็นความภูมิใจและเป็นสิริมงคลวันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 ปีที่จีนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกซึ่งมีพิธีเปิดในเวลา 8 นาที 8 วินาทีห ลังจากเวลา 20:30 เข็มนาฬิกาของเวลา 20:00 น

ก็ชี้ไปที่เลข 8 หลังจากนั้นก็มีหนุ่มสาวจองคิวแต่งงานกันในวันนี้ด้วยความเชื่อในเลข 8 อันทรงพลังและไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับว่าประเทศที่ส่วนใหญ่มีชาวจีนอาศัยอยู่และใช้ภาษาจีนว่าจะเป็นจีนไต้หวันฮ่องกงมาเก๊านั้นก็เป็นพื้นที่ที่ใช้เขตเวลา GMT +8 เหมือนกันอีด้วย 

ม.ค. 21

Andy Warhol – Silver car crash ( Double disaster ) 

 

       ภาพขาวดำภาพนี้เป็นรูปถ่ายอย่างเห็นได้ชัดแต่มันก็ดูเหมือนเป็นเพียงการนำภาพถ่ายอุบัติเหตุรถยนต์ในแต่ละช็อตเมื่อวางเรียงกันอย่างไม่เป็นระเบียบเท่านั้นเองทำไม andy warhol จึงนำภาพอุบัติเหตุมาประดิษฐ์เป็นงานศิลปะแถมยังได้รับความนิยมอย่างมากอีกด้วยทั้งๆที่มันดูโหดร้าย

ส่วนด้านขวาหรือพื้นที่เกิดขึ้นนั้นมีเพียงสีขาวที่ว่างเปล่าอาจทำให้เราฉุกคิดสงสัยว่า Andy Warhol มีแนวคิดอะไรกันนะAndy Warhol จึงได้วางองค์ประกอบภาพแบบนี้เค้าเป็นคนอย่างไรกัน  

  Andy Warhol  เจ้าของภาพ Silver car crash ( Double disaster ) เป็นศิลปินชาวอเมริกันที่โด่งดังมากแต่เขามักจะเก็บตัวอยู่แต่ในโรงรถของเขาและชอบปฏิเสธการให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับภาพที่ตนเองทำขึ้นมาเลยบอกกับสื่อว่าก็นั่นไงมันอยู่ตรงนั้นแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตอบอะไรเพิ่มเติมอีกฝั่งดูแล้วเขาอาจจะมั่นใจในผลงานของตัวเองเอามากจะด้วย

      หากคุณอยากรู้ว่าเขาโด่งดังแค่ไหนขอให้คุณดูภาพต่อไปนี้ภาพเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานของเขาทั้งสิ้นแน่นอนว่าคุณจะต้องเคยเห็นภาพอันโด่งดังเหล่านี้ที่ไหนสักที่อย่าง ร้านอาหารหรือห้างสรรพสินค้าเราเรียกภาพเหล่านี้ของเขาว่าป๊อปอาร์ตที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญก้าวหน้าของอุตสาหกรรมทุกรูปแบบในสมัยนั้นภาพเหล่านี้จะมีความสุขชาติและออกแนวล้อเลียนมันสามารถทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกขึ้นมาได้อย่างฉับพลันที่มองภาพ

       Andy Warhol ใช้แนวคิดนี้ประกอบกับเทคนิคการพิมพ์สกรีนสีลงบนผ้าในหลายภาพ  ซึ่งมันทำให้เราเห็นได้ว่าเป็นภาพเดียวกันที่พิมพ์ซ้ำๆแต่ใช้สีที่แตกต่างกันในแต่ละภาพที่เขา แบบนี้ออกมาแล้วเขามีความคิดว่าเขาอยากจะเป็นเหมือนกับเครื่องจักรที่สามารถสร้างผลงานได้มากมายในเวลาอันรวดเร็วอีกทั้งผลงานที่ออกมานั้นยังไม่แสดงถึงตัวตนและอารมณ์ของภาพอีกด้วย

        สำหรับยุคสมัยนั้นการสร้างงานศิลปะด้วยการสกรีนผ้าดูจะเป็นเรื่องที่แปลกใหม่มากและการที่เขาพิมพ์ซ้ำๆไปอย่างต่อเนื่องในภาพเดียวกันนั้นก็เป็นสิ่งที่ยากที่จะได้เห็นเรียกได้ว่าวิธีการและแนวคิดของเขามีความเป็นเอกลักษณ์มากและนั่นเองทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างสูงสื่อต่างๆให้ความสนใจเขามากทีเดียว 

         Andy Warhol มักจะวาดภาพสินค้าในห้างสรรพสินค้าดาราหรือคนดังที่ใครๆต่างก็รู้จักกันอยู่แล้วอีกครั้งก็ยังคอยติดตามข่าวสารอยู่ตลอดและสร้างผลงานที่กำลังเป็นกระแสหรือประเด็นอยู่ในตอนนั้นจึงนี่เองที่ทำให้เขาโด่งดังมากขึ้นไป

อีกก็เขารู้จักที่จะเล่นกับสื่อและใช้มันให้เป็นประโยชน์นั่นเองหนึ่งในซีรี่ส์ผลงานที่น่าสนใจและโด่งดังของเขาก็คือผลงานที่แสดงถึงความสูญเสียหายนะการฆ่าตัวตายหรืออุบัติเหตุอันน่าสลดใจผลงานรูปแบบนี้ถือเป็นการสะท้อนสังคมได้ดีมากในสังคมที่พัฒนาไปย่อมมีการสูญเสียเกิดขึ้นมากมายเช่นเดียวกับในรูปนี้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ทางเข้าเล่น

ม.ค. 14

ข้อมูลเกี่ยวกับเจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิงและหอเอนเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง

        สำหรับเจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิงนั้นนับได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจของโลกยุคกลางเพียงแห่งเดียวที่ถูกทำลายไปจนหมดสิ้นแล้วโดยมีหลักฐานยืนยันเกี่ยวกับเรื่องของการถูกทำลายว่าเกิดในช่วงเหตุการณ์กบฏไท่ผิงในราวคริสต์ศตวรรษที่ 1907

ดีที่เราเห็นกันในปัจจุบันนั้นเป็นหอที่ถูกสร้างขึ้นใหม่แทนที่ของเดิมโดยถูกสร้างขึ้นมาในช่วงปีคริสตศักราช 2010

         สำหรับเจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิงนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 15 ในสมัยราชวงศ์หมิงลักษณะของตัวเจดีย์นั้นจะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมมีทั้งหมด 9 ชั้นด้วยกัน

โดยเจดีย์ทั้งเก้าชั้นนี้นับรวมความสูงรวมกันแล้วจะสูงอยู่ที่ประมาณ 79 เมตรซึ่งตัวเจดีย์นั้นจะถูกสร้างด้วยอิฐและกระเบื้องเคลือบชายคาของเจดีย์นั้นจะมีการแขวนกระดิ่งเล็กๆเอาไว้โดยรอบของตัวเจดีย์ซึ่งถ้าหากนับจำนวนกระดิ่งแล้วก็มีทั้งหมด 80 ลูกด้วยกัน  

         สำหรับเจดีย์กระเบื้องเคลือบนี้มีความงดงามเป็นอย่างมากตัวองค์เจดีย์นั้นก่ออิฐประดับด้วยกระเบื้องเคลือบยอดแหลมเป็นทรงกลมต่อขึ้นไปเคลือบทอง

  

         หอเอนเมืองปิซ่า   

          สำหรับ หอเอนเมืองปิซ่า    สถานที่แห่งนี้นั้นปัจจุบันคือสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบริเวณจัตุรัสดูโอโมแห่งปิซาแห่งนี้สร้างด้วยหินอ่อนซึ่งมีความสูงทั้งหมด 8 ชั้นด้วยกันโดยน้ำหนักของหอเอนเมืองปิซานี้มีน้ำหนักรวมกันแล้วประมาณ 1,500 ตันเลยทีเดียว

ว่ากันว่าหอเอนนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ 1173 ซึ่งตามความต้องการในการก่อสร้างหอเอนนี้ในครั้งแรกไม่ได้มีการสร้างเพื่อให้มีการเอนเอียงเหมือนกับในปัจจุบันที่เราเห็นกันอยู่ 

      ตอนที่ก่อสร้างนั้น ต้องการสร้างให้เป็นหอที่มีความสูงเอาไว้ใช้สอยแต่เมื่อมีการก่อสร้างถึงชั้นที่ 3 เท่านั้นปรากฏว่าหอนี้มีการเอียงเพราะว่าฐานใดฐานด้านหนึ่งนั้นมีการยึดตัวจึงทำให้หอมเพียงและสถาปนิกก็พยายามที่จะมีการสร้างต่อไปโดยพยายามสร้างให้หอเอนกับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อเป็นการถ่วงสมดุลกันอย่างไรก็ตามในขณะที่มีการก่อสร้างอยู่นั้นก็เกิดมีสงครามเกิดขึ้นทำให้ก่อสร้างนั้นต้องหยุดชะงักลงไป

           จนเมื่อสงครามสิ้นสุดลงจึงได้มีการกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งหนึ่งทำให้ระยะเวลาการสอนสร้างนั้นเป็นค่อนข้างนานโดยรวมแล้วของเอ็งเมืองปิซานี้สร้างเสร็จเมื่อประมาณปีค.ศ 1372 ซึ่งถ้านับระยะเวลารวมในการก่อสร้างทั้งหมดนั้นจะเห็นได้ว่าใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนานถึง 177 ปีเลยทีเดียว โดยมีการนับรวมส่วนของการสร้างหอระฆังเข้าไปด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ufabet เว็บตรง

Older posts «

» Newer posts