Adminone

Author's details

Date registered: มิถุนายน 8, 2017

Latest posts

  1. ตำนานผีอุว้งหรือผีว้าก  — กุมภาพันธ์ 24, 2021
  2. ศิลปะและการอยู่รอดของมนุษย์  — กุมภาพันธ์ 17, 2021
  3. ระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์งานอาร์ตในการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  — กุมภาพันธ์ 10, 2021
  4. แนวคิดและความเชื่อส่งผลต่อแนวทางของงานศิลปะ  — กุมภาพันธ์ 3, 2021
  5. โครงสร้างและการทำงานศิลปะ  — มกราคม 27, 2021

Author's posts listings

ธ.ค. 10

ทำไมศิลปินไทยถึงไปฝึกที่ประเทศเกาหลีใต้

ประเทศเกาหลีถือว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญในด้านวงการบันเทิงอย่างมากโดยเฉพาะในด้านวงการเพลง มีการผลิตศิลปินและเพลงออกมามากมาย และประเทศเกาหลีก้ถือว่ามีค่อยเพลงยักษ์ใหญ่อีกแห่งด้วย

ทำให้การสนับสนุนในด้านวงการเพลงเป็นไปอย่างดีเสมอมา เพราะคนเกาหบีคิดว่าดนตรีและเพลงนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเครียดและทำให้คนเกาหลีและคนทุกคนสามารถผ่อนคลายได้ ดังนั้นแล้วนักร้องนักดนตรีรวมถึงการเป็นศิลปินของประเทศเกาหลีนั้นถือว่าได้รับการเปิดโอกาสในหลายช่องทางมาก

นอกจากนี้ค่ายเพลงใหญ่ในเกาหลีนั้นไม่ว่าจะเป็น JYP , SM Entertainment ,YG  Entertainment และค่ายดังๆอีกมากมายก็ยังคงเปิดโอกาสให้กับคนในชาติอื่นๆที่อยากเดบิวต์ในฐานะศิลปินเกาหลีด้วย ทำให้คนไทยนั้นก็สนใจและอยากที่จะได้รับการเดบิวต์ในฐานะศิลปินเกาหลีเช่นเดียวกันกับชาติอื่นๆ

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมคนไทยนั้นจึงอยากที่จะเดบิวต์ฐานะศิลปินเกาหลี ทั้งที่การเดบิวต์นั้นเป็นไปได้ยากพอสมควรเนื่องจากเกาหลีนั้นค่อนข้างที่จะต่อต้านความสามารถของคนชาติอื่นๆ และโอกาสที่จะได้เป็นศิลปินนั้นก็น้อยมาก เนื่องบจากเกาหลีนั้นการที่จะเป็นศิลปินได้นั้นจะต้องได้รับการเข้าฝึกโดยการเป็นเด็กฝึกของค่ายเพลงนั้นๆ

ก่แนหลายปีจนฉายแววแล้วถึงจะได้รับการเดบิวต์ ถ้าหากความสามารถไม่ถึงหรือไม่น่าสนใจพอก็จะต้องเป็นเด็กฝึกอยู่อย่างนั้นจนบางคนก็ถอดใจและล้มเลิกความคิดในการที่จะเป็นศิลปินไปในที่สุดนั่นเอง ด้วยความยากนี้เองทำให้คนไทยหลายๆคนนั้นคิดที่อยากจะใช้โอกาศที่ทางค่อยเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีนั้นได้เปิดโอกาสให้พวกเขาแล้ว

การเป็นเด็กฝึกของค่ายเพลงในเกาหลีนั้นไม่ได้เพียงได้รับประสบการณ์ที่ดี แต่ยังได้เพื่อนได้คนรู้จักที่ดีและเป็นการพาตัวเองนั้นเข้าไปและทำความรู้จักกับสังคมใหม่ๆด้วยนั่นเอง แต่ก็ต้องบอกว่าไม่ว่าจะสังคมไทยหรือสังคมเกาหลีนั้นก็ล้วนแต่มีทั้งด้านดีและไม่ดีก็อาจจะต้องดูกันดีๆด้วยว่าสังคมที่เราเข้าไปนั้นคนแต่ละคนเป็นอย่างไรนั่นเอง

ไม่เพียงได้รู้จักกับเพื่อใหม่เท่านั้นยังได้ในเรื่องของภาษามากขึ้นด้วยเนื่องจากการที่เราไปฝึกในค่อยของเกาหลีนั้นร้อยละ90ก็จะเป็นคนเกาหลีโดยส่วนใหญ่ถ้าหากเรานั้นพูดภาษาเกาหลีไม่ได้เราก็อาจจะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารทำให้การไปเป็นเด็กฝึกนั้นอย่างน้อยก็ทำให้ภาษาอังกฤษของเราแข็งแรงขึ้นและเมื่ออยู่ไปนานๆก็จะพูดภาษาเกาหลีได้อีกด้วย 

สิ่งที่ถือว่าเป็นเหตุผลหลักๆในการที่คนไทยนั้นอยากที่จะไปเป็นเด็กฝึกในค่ายเพลงเกาหลีอีกหนึ่งสิ่งนั้นก็คือ โอกาสในการเป็นศิลปินถึงแม้โอกาสจะมีน้อยมากก็ตามแต่

ถ้าหากเมื่อไหร่ได้เดบิวต์ในฐานะศิลปินเกาหลีแล้วนั้นโอกาสในการเติบโตทางด้านนี้นั้นถือว่ามีโอกาสมากกว่าการเป็นศิลปินไทยนั่นเอง เพราะเกาหลีจะมีการสนับสนุนและสงเสริมให้ศิลปินที่เดบิวต์ส่วนใหญ่นั้นได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักทั่วโลกด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sexybaccarat

ธ.ค. 04

ความสำเร็จเล็กๆของศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ

ความสำเร็จในบางครั้งก็ไม่ได้วัดกันที่ผลงายทั้งหมดสะทีเดียว เพราะในเชิงการสร้างสรรค์ศิลปะนั้นศิลปะเป็นสิ่งที่ตีคุณค่าได้ยากมาก ทำมห้บางครั้งศิลปะจึงเป็นสิ่งที่มักขึ้นอยู่กับมุมมอง ความสวยงามเป็นจุดประสงค์หลักของการสร้างสรรค์

ดังนั้นคำวาสสวยงามของคนเรานั้นมีความแตกต่างกันออกไป ผลงานบางชิ้นเราอาจจะชื่นชมแต่คนอื่นไม่ชื่นชมอหรือผลงานบางชิ้นเราอาจจะไม่ชื่นชมแต่คนอื่นชื่นชม เป็นต้น ก็ล้วนขึ้นอยู่กับมุมมองของคนๆนั้นทั้งสิ้น

การที่ศิลปินคนหนึ่งนั้นจะเรียกว่าประสบความสำเร็จจึงไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับความสวยงามของผลงานหรือขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมรอบข้าวมากเท่าไหร่นัก เมื่อใดที่ศิลปินนั้นพอใจในผลงานของตัวเองนั่นหมายความว่าเขานั้นได้ประสบความสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว

ความสำเร็จของศิลปินแบ่งออกเป้นหลายๆส่วนแต่สำหรับความสำเร็จเล็กๆของศิลปินอย่างแท้จริงแลยนั้นก็คือการได้สร้างสรรค์และเขาสามารถสร้างสรรค์ผลงายออกมาได้เป็นที่พอใจสำหรับตัวเอง เป็นขั้นแรกแห่งความสำเร็จ

เพราะเมื่อตัวเองนั้นมองผลงานตัวเองว่าสวยงามและมีคุณค่าก็หมายถึงว่าศิลปินคนนั้นได้ให้คุณค่ากับการสร้างจินตนาการและแสดงความคิดสร้างสรรค์หรือสิ่งที่อยู่ภายในตัวเองนั้นออกมาถึงแม้ในตอนนั้นอาจจะยังไม่มีใครชื่นชมศิลปะของเรา แต่หากตัวเราชื่นชมผลงานและฝีมือของตัวเองก็นับว่าเป็นความสำเร็จเล็กๆที่เกิดขึ้นกับตัวเราแล้ว

ในบางครั้งการที่ศิลปินสรางสรรค์ผลงานออกมา เขาเพียงต้องการจัดนิทรรศการเล็กๆ นั่นก็หมายความว่าการได้จัดนิทรรศการให้ผู้ที่ชื่นชอบและหลงรักในงานศิลปะนั้นได้เข้ามาดูและเยี่ยมชมจริงๆนั้นก็ถือว่าเป็นความสำเร็จเล็กและสานตจต่อไปยังความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น เพราะถ้าหากเป็นความสำเร็จในเรื่องของงานจัดนิทรรศการผลงานศิลปะแล้วนั้น

แน่นอนว่าโดยส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคนที่ชื่นชอบและสนใจในงานด้านศิลปะจริงๆ ก็จะเป็นการเพิ่มคุณค่าของผลงานของศิลปินนั้นๆได้อย่างดีอีกช่องทางหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้นการจัดนิทรรศการยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเองด้วยว่าในการสร้างสรรค์ผลงานของเรานั้น ยังเป็นสิ่งที่ต้องการสำหรับคนที่ต้องการศิลปะในการเยียวยาจิตใจอยู่ด้วย และมันยังเป็นการที่ศิลปินนั้นจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ดียิ่งขึ้นไปได้ด้วย

ดังนั้นแล้วการประสบความสำเร็จในด้านวงการศิลปะนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ว่าความสำเร็จของศิลปินนั้นมีขนาดเท่าไหร่ เพราะความสำเร็จเล็กๆก็สามารถที่จะสร้างได้อย่างง่ายดาย ดดยที่ไม่ต้องก้าวไปถึงการเป็นศิลปินระดับโลกหรือผลงานจะต้องเป็นที่รู้จักหรือเป็นผลงานที่สวยงามไร้ที่ติ  แต่เป็นเพียงผลงานที่ศิลปินนั้นพอใจและรู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้สร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ออกมาให้ผู้คนได้รับรู้และได้มองเห็นการสะท้อนในวงการด้านศิลปะที่แตกต่างกันออกไป

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    บาคาร่าเล่นยังไง

พ.ย. 25

5เทคนิคสร้างสรรค์ภาพถ่าย

การสร้างสรรค์ภาพถ่ายนั้นในบางครั้งก็อาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ง่าย แต่ในบางครั้งก็มองได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากเพราะในการถ่ายภาพเทคนิคที่จะช่วยทำให้ภาพนั้นน่าสนใจและเกิดความโดดเด่นนั้นถือว่ามีความสำคัยอย่างมาก นักถ่ายภาพหรือที่เรียกว่าตากล้องทั้งหลายจึงมีการนำเทคนิคและหลักการนั้นไปประยุกต์

และนำไปต่อยอดในการถ่ายภาพเพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดภาพถ่ายแบบใหม่ๆที่น่าสนใจมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าภาพถ่ายนั้นเกิดการการมองเห็นและเกิดจากมุมมองของคนถ่ายทำให้ภาพถ่ายที่มีการถ่ายออกมาจากคนแต่ละคนนั้นจึงมีลักษณะและความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง และเทคนนิคที่นิยมนำมาใช้และถือว่าเป็นเทคนิคหลักในการถ่ายภาพก็ว่าได้มีทั้งหมดด้วยกัน 5 เทคนิค

กฎสามส่วน เป็นหลักการและเทคนิคที่สำคัญอย่างมากไม่ว่าจะเป็นนักถ่ายภาพมืออาชีพหรือมือใหม่ก็ล้วนจะต้องเรียนรู้และศึกษาในเรื่องกฎข้อนี้อยู่อย่างสม่ำเสมอและมีการนำไปใช้ในการถ่ายภาพทุกครั้งซึ่งสิ่งนี้สามารถฝึกฝนจนชำนาญและจะทำให่เรานั้นสามารถจับทางในการการใช้เทคกฎสามส่วนได้อย่างดียิ่งขึ้น

ซึ่งกฎหรือเทคนิคนี้นั้นเป็นสิ่งที่ช่วยในการดึงดูดความสนใจ เช้นถ้าหากเรานั้นต้องการให้สิ่งใดในภาพถ่ายของเรานั้นมีความโดดเด่นเราก็เพียงแค่เอาวัตุหรือสิ่งที่เราต้องการให้โดดเด่นนั้นวางบนจุดตัดทั้ง4ในกฎสามส่วนนั่นเอง

เส้นนำสายตา เป็นเทคนนิคที่จะช่วยทำให้ภาพถ่ายนั้นมีความสวยงามและโดดเด่นและรู้สึกถึงความเป็นระเบียบด้วยจุดนำสายตานั่นเอง ซึ่งการสร้างสรรค์โดยใช้เทคนิคนนี้นั้นจะเป็นการสร้างเส้นนำสายตาไปยังจุดหมายหรือสิ่งของที่เรานั้นต้องการให้เกิดความน่าสนใจและโดดเด่น

โดยส่วนใหญ่เว้นน้ำสายตาจะมีลักษณะอยู่ในแนวนอน เส้นนำสายตาก็คือเส้นที่เกิดจากการสร้างเองหรือเกิดจากธรรมชาติก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น แม่น้ำ สพานก็ล้วนเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ให้เกิดเป็นเส้นนำสายตาได้

การสร้างกรอบ เป็นการสร้างสรรค์ที่มีความโดดเด่นและสวยงามจะเป็นการเพิ่มความโดดเด่นกับสถานที่หรือวัตถที่เรานั้นต้องการให้เด่นชัด ซึ่งกรอบนั้นสามารถสร้างได้จากสิ่งที่เกิดจากธรรมชาตอเช่น การใช้ต้นไม้เป็นกรอบในการถ่ายเป็นต้น หรือการสร้างกรอบโดยใช้สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเช่น การถ่ายลอดจากช่องว่างระหว่างจักรยานก็จะเกิดการสร้างกรอบให้กับภาพนั้นเป็นต้น

ความสมมาตรในภาพถ่าย เป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดความสมดุลและทำให้ภาพนั้นมีความสวยงามและรู้สึกไม่ขาดไม่เกิดนภาพจะดูมัน้ำหนักที่เท่ากัน

การมองกลับหลัง เทคนนิคนี้ถือว่าสำคัยแต่หลายคนนั้นอาจจะไม่ค่อยทำในโดยส่วนใหญ่คนถ่ายภาพนั้นเมื่อถ่ายเสร็จแล้วมักจะไม่ค่อยได่มองกลับหลัง การมองกลับหลังนั้นอาจจะทำให้เรานั้นได้ภาพถ่ายที่สวยงามและสร้างสรรค์มากขึ้นได้

 

สนับสนุนโดย    ทดลองเล่นบาคาร่า

พ.ย. 20

ความลับของโมนา ลิซา หญิงสาวในรูปวาด

ในบรรดาภาพวาดที่โด่งดังที่สุดในโลก และมีมูลค่ามหาศาล ใครๆ ก็คงรู้จักกับภาพวาดหญิงสาวที่กล่าวกันว่าสวยที่สุด อย่างภาพวาดโมนา ลิซา แต่จะมีใครรู้บ้างว่าหญิงในรูปนั้นมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง วันนี้เรามีความลับบางอย่างของโมนา ลิซา มาฝากกัน

โมนา ลิซา กับอัตราส่วนทองคำ

อัตราส่วนทองคำเป็นเทคนิคหรือสิ่งที่มักนำมาใช้ในการวาดรูป ซึ่งได้ปรากฏในรูปภาพ Mona Lisa ด้วย ซึ่ง ดา วินชี ถูกใจเทคนิคนี้และนำมาใช้งานในรูปภาพจำนวนมากของเขา ซึ่งมันสร้างความพึงพอใจแก่เขามาก ด้วยการวาดทรงที่งดงามและก็สมดุลได้ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรผู้คนถึงได้ชอบใจในรูปภาพนี้มาก เพราะว่าบริเวณใบหน้าของ Mona Lisa นั้นมีความพอดี ถูกวาดได้อย่างสมบูรณ์กับอัตราส่วนทองคำ 

โมนา ลิซา ในรูปวาดได้ยิ้มหรือเปล่า 

เป็นที่โต้เถียงกันเป็นเวลายาวนานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการที่ Mona Lisa ในรูปวาดนั้น เธอกำลังยิ้มหรือว่าไม่ยิ้ม หลายๆคนมั่นใจว่า ดา วินชี คงจะบอกเรื่องขำขันระหว่างการวาดรูป เนื่องจากโมนา ลิซา นั้นบางทีอาจเป็นดารานางแบบที่ห่วยก็เป็นไปได้ มีศาสตราจารย์ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า การยิ้ม แบบมุมปากนั้น ยิ่งมองไกลจะยิ่งเห็นชัด โดยให้มองจากดวงตา จะพบว่ายิ้มมุมปากแบบนี้เด่นมาก นี่เป็นการวิเคราะห์ในปี 2005 ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สลับซับซ้อนได้เปิดเผยว่ารูปรอยยิ้มของโมนา ลิซานั้น เธอรู้สึกสุขมากกว่าเบื่อ กลัว หรือโกรธ   

รหัสที่หลบซ่อนอยู่

การศึกษาค้นพบนี้ถูกพบผ่านแว่นขยาย Silvano Vinceti โดยกล่าวว่าที่ดวงตาขวานั้นมีอักษร LV ซึ่งบางครั้งอาจจะแปลว่า Leonardo da Vinci ในเวลาที่เครื่องหมายทางด้านขวาปรากฏคำที่อ่านได้ยากกว่านั้นเป็นตัวหนังสือ CE หรือบางทีอาจเป็นอักษร B ไม่ใช่แค่เพียงแค่ที่ดวงตาเพียงแค่นั้นรอบๆ  ของภาพก็พบว่ามีเครื่องหมายอื่นๆ เช่น ส่วนโค้งของสะพานที่ปรากฏเป็นตัว Lแล้วก็เลข 2 ซึ่งตอนนี้ยังคงไม่มีใครทราบว่ามันมีความหมายหรือไม่ มาจนถึงทุกวันนี้

หัวม้าที่ซ่อนอยู่

ไม่เพียงแค่รอยยิ้มของภาพแค่นั้นที่เป็นราวกับภาพหลอน แม้กระนั้นในภาพของ Mona Lisa นั้นมีบางสิ่งซ่อนอยู่มาก โดยบริเวณใกล้ๆ ของสาวในรูปภาพ หนึ่งในนั้นเป็นหัวม้าที่หลบซ่อนอยู่เมื่อมองภาพจากทางด้านข้าง หรือกลับภาพไปด้านข้าง จะเจอกับสัตว์ต่างๆ แอบซ่อนอยู่ อย่างเช่นหน้าของสิงโตเมื่อดูจากข้างๆ หัวของลิงแล้วก็ควายที่พื้นข้างหลัง 

อาจกล่าวได้ว่าทุกสิ่งในรูปนี้มันช่างเต็มไปด้วยปริศนา มากกว่าแค่รูปหญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง และมันยิ่งทำให้ภาพของ Mona Lisa นั้นน่าค้นหายิ่งมองยิ่งลึกลับ ยิ่งดูยิ่งทำให้เกิดแนวความคิดต่างๆ มากขึ้นไปอีก และไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ยังคงพบว่ามีผู้คนจำนวนมากไปชมรูปภาพโมนา ลิซา ของจริงนี้อยู่เสมอ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ยูฟ่าเบท365

พ.ย. 11

ตำนานยักษ์กินคน 

    สำหรับตำนานยักษ์กินคนนั้นเกิดขึ้นมาเนื่องจากว่าเมื่อประมาณวันที่ 29 เดือนกันยายนพศ2562 ได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 13 ศพด้วยกันซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเด็กนักเรียนเทคนิคจังหวัดศรีสะเกษได้ขับรถผ่านมาบริเวณแถวนั้น

แล้วเกิดอุบัติเหตุขับรถชนเสาไฟฟ้าซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงถนนกิ่งแก้วโดยบริเวณถนนนั้นมีรูปปั้นยักษ์ตนหนึ่งตั้งอยู่ซึ่งยักษ์ตัวดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า สุริยาภพซึ่งชื่อยักษ์นี้เป็นยักษ์ที่มีเค้าโครงมาจากวรรณคดีของเรื่องรามเกียรติ์ สำหรับถนนกิ่งแก้วนั้นจะมีรูปปั้นยักษ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่เรียงรายกันทั้งหมด 12 ตนด้วยกัน

แต่อยากที่น่ากลัวและดุร้ายมากที่สุดก็คือยักษ์สุริยาภพที่เองทำให้ชาวบ้านต่างก็เชื่อกันว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากยักษ์สุริยาภพเป็นยักษ์กินคน ชาวบ้านนั้นมีความเชื่อว่าอยากกินคนนี้เกิดจากการที่บริเวณนั้นมีอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง

และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตนั้นก็เข้ามาสิงสู่ในร่างของยักษ์สุริยาภพเมื่อมี วิญญาณมาสิงในรูปปั้นของยักษ์เยอะมากขึ้นอีกนิดของยักษ์ก็มีมากขึ้นด้วยทำให้อุบัติเหตุก็ยิ่งมีที่เพิ่มมากขึ้นโดยชาวบ้านเชื่อกันว่าหากต้องการที่จะให้ถนนเส้นนี้สงบสุขไม่มีอุบัติเหตุจะต้องมีการย้ายยักษ์สุริยาภพไปไว้ในวัดนั่นเอง

เนื่องจากชาวบ้านนั้นเชื่อกันว่ายักษ์นั้นควรจะถูกนำไปไว้ที่วัดเพียงเท่านั้นเพราะอย่างเช่นวัดพระแก้วก็ได้มีการสร้างรูปปั้นของยักษ์ไว้ 12 ตนเช่นเดียวกันซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือยักษ์สุริยาภพเช่นเดียวกันและในบริเวณวัดพระแก้วก็ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุอะไรแต่อย่างใด สำหรับยักษ์ที่ถูกสร้างไว้ตรงถนนกิ่งแก้วนั้นชาวบ้านต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของยักษ์สุริยาภพนั้น

ได้มีการเก็บสะสมวิญญาณของผู้ที่เกิดอุบัติเหตุไว้ภายในรูปปั้นของยักษ์เพื่อเก็บไว้เป็นบริวารของตนเองแต่บางคนก็เชื่อกันว่าที่จริงแล้วไม่มีวิญญาณของยักษ์อยู่แต่เป็นวิญญาณของคนที่เสียชีวิตในบริเวณนั้นมาสิงสู่ในร่างของยักษ์เพื่อที่จะได้หาตัวตายตัวแทนจึงทำให้บริเวณนั้นมักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนั่นเองสำหรับเรื่องราวของยักษ์กินคนนั้นมีเรื่องเล่ากันมานานแล้ว

      แต่ทุกคนก็ได้ลืมเลือนกันไปนานแล้วเช่นเดียวกันจนล่าสุดมามีเกิดอุบัติเหตุตรงบริเวณถนนกิ่งแก้วและตำนานยักษ์กินคนก็ทำให้ชาวบ้านนั้นกลับมานึกถึงอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง ซึ่งตำนานนี้ทำให้ชาวบ้านได้มีการพูดถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นว่าน่าจะเป็นสาเหตุมาจากรูปปั้นยักษ์กินคนนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020

พ.ย. 04

ตำนานถ้ำเลเขากอบ  จังหวัดตรัง

        ที่จังหวัดตรังจะมีถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่าถ้ำเลเขากอบที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันเนื่องจากว่าภายในถ้ำนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างมากโดยที่ถ้ำแห่งนี้ได้มีตำนานเล่าถึงสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นสถานที่ที่พญานาคตนหนึ่งได้มาอาศัยอยู่กับคนรักของตนเอง

ก่อนที่จะถูกพ่อตาตามมาทำร้ายจนต้องหลบหนีไปเรื่องราวของถ้ำเลเขากอบนี้เกิดขึ้นเมื่อมีพญานาคตนหนึ่งชื่อว่าพญากอบ ซึ่งพญากอบนั้น เป็นพญานาคที่มีอิทธิฤทธิ์ร้ายแรงอีกทั้งยังมีรูปโฉมงดงามมากเลยว่ากันว่าร่างกายของพญากอบนั้นจะมีเกิดเป็นสีขาวและมีความยาวถึงประมาณ 1 โยชน์เลยทีเดียว   

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ พญากอบเป็นหนุ่มได้มีการขึ้นมาท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์และได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่านางศรีขัน ทั้งสองได้ตกลงรักซึ่งกันและกันโดยที่พญากอบ นั้นไม่รู้เลยว่านางศรีขันนั้นเป็นลูกสาวของยักษ์หูแกง  ทั้งคู่โดยอาศัยอยู่ด้วยกันและของคู่กันจนนางศรีขันนั้นตั้งครรภ์ พญากอบ

นั้นอยากจะให้ภรรยาของตนเองนั้นคลอดลูกในสถานที่ที่มีความสวยงามจึงได้พานางศรีขันมาอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งปัจจุบันนั้นก็คือถ้ำเลเขากอบนั่นเองโดยในครั้งแรกที่มาถึงนั้นที่บริเวณถ้ำเลเขากอบนี้เป็นเพียงแค่กดหินขนาดใหญ่เท่านั้นแต่ด้วยอิทธิฤทธิ์ของพญากอบ พระองค์ได้มีการพ่นไฟใส่ให้หินนั้นหลอมละลายกลายเป็นถ้ำ

และข้างในภายในถ้ำนั้นยังได้มีการเนรมิตให้มีความสวยงามประดับประดาเพชรนิลจินดามากมายเอาไว้ภายในถ้ำอีกทั้งยังมีการสร้างหินงอกหินย้อยเพื่อให้เกิดความงดงามภายในถ้ำเป็นทัศนียภาพที่สวยงามช่วยให้นางศรีขันนั้นคลอดลูกอย่างสบายตาและสบายใจอย่างไรก็ตามแต่ในระหว่างที่ทั้งคู่ครองคู่กันอยู่ภายในถ้ำเลเขากอบนั้น

พ่อของนางศรีขันได้เดินทางมาพบเข้าและเกิดความไม่พอใจเขาต้องการที่จะฆ่าพญากอบ ให้ตายยังนั้นเขาจึงได้พ่นไปใส่พญากอบ แต่พญากอบสามารถหลบหนีได้ทันและเมื่อรู้ว่ายักษ์หูแกงนั้นเป็นพ่อของนางศรีขันทำให้พญากอบ ไม่กล้าที่จะต่อสู้ด้วยจึงได้หลบหนีส่วนนางศรีขันนั้นระหว่างที่กับพ่อต่อสู้กันนั้นยังได้หนีขึ้นไปอยู่บนหน้าผาเพื่อรอให้สามีของนางนั้นมารับซึ่งระหว่างที่มีการต่อสู้กันนั้นยักษ์หูแกงได้มีการพ่นไฟเขาใส่พญากอบ

แต่ว่า พญากอบสามารถลบได้ทันทำให้ลูกไฟดังกล่าวนั้นไปโดนภูเขาลูกหนึ่งซึ่งต่อมาชาวบ้านเรียกภูเขาลูกนั้นว่าเขาหัวแตกส่วนตัวของพญากอบ นั้นก็ได้หนียักษ์หูแกง และไม่ได้กลับมาทางด้านนางศรีขันก็รอสามีจนคลอดลูกออกมาซึ่งรูปที่คลอดออกมานั้นเป็นงูโดยเมื่อนับแล้วสามารถนับได้มากถึง 80000 ตัวเลยทีเดียว

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่บริเวณถ้ำเลเขากอบนี้ก็จะมีงูมากมายอาศัยอยู่และชาวบ้านเชื่อกันว่าหากวันใดก็ตามที่พญากอบได้ย้อนกลับมาและได้มาพบกับลูกๆของเขาเมื่อนั้นคนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้กับถ้ำเลเขากอบก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ทดลองเล่นสล็อต gclub

ต.ค. 29

ตำนาน รัก-ยม

     สำหรับรักกับยมเป็นตุ๊กตาหุ่นพยนต์อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งลักษณะของตุ๊กตารักและโยมนั้นจะเป็นตุ๊กตาหุ่นที่สร้างมาเป็นเด็กคู่กันตัวนึงจะชื่อรักและอีกตัวหนึ่งจะชื่อยมซึ่งลักษณะของเด็กทั้งคู่นั้นจะเป็นเด็กในสมัยโบราณที่ไว้ผมทรงจุกและจะมีลักษณะคล้ายๆเหมือนกับเด็กชกมวย สร้างมาจากต้นไม้ 2 ชนิดสำหรับตุ๊กตาที่ชื่อว่ารักนั้นจะสร้างมาจากต้นรักซ้อน

ซึ่งจะต้องส่วนที่เป็นลำต้นหรือส่วนที่เป็นรากที่ตายแล้วมาสร้างเป็นตุ๊กตารักโดยถ้าหากใช้เป็นรากของต้นรักแล้วเราก็จะต้องเป็นกิ่งที่ยื่นไปทางฝั่งทิศตะวันออกด้วย ส่วนตุ๊กตายมนั้นก็ถูกนำมาสร้างจากต้นไม้ที่ชื่อว่าต้นมะยมโดยใช้ส่วนที่เป็นลำต้นหรือส่วนที่เป็นรากเช่นเดียวกัน โดยต้นไม้ที่เป็นต้นมะยมนั้นจะมีสีขาวแต่ถ้าเป็นต้นรักนั้นจะเป็นสีดำ

หลังจากได้ลากไม้ตามที่ต้องการแล้วก็จะถูกนำมาแกะสลักเป็นรูปร่างของเด็กแล้วค่อยทำการไล่บริกรรมคาถาปลุกเสกโดยตุ๊กตาที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วจะถูกนำไปไว้ในขัน สัมฤทธิ์ซึ่งภายในขันนั้นจะมีน้ำมันหอม หรืออีกชื่อหนึ่งคือน้ำมันจันทร์หลังจากนำผลไปใส่ไว้ในน้ำมันเป็นที่เรียบร้อยแล้วอาจารย์ก็จะทำพิธีปลุกเสกขึ้นมา

ซึ่งการร่ายบริกรรมคาถานั้นจะต้องใช้ระยะเวลานานเนื่องจากว่าผู้ที่ปลุกเสกนั้นจะต้องร่ายคาถาจนกว่าที่จะมองเห็นว่าหุ่นรักยมที่มีการปลุกเสกอยู่นั้นลุกขึ้นมาเต้นรำหรือลุกขึ้นมาเล่นกันถึงจะเป็นอันเสร็จสิ้นวิธีการปลุกเสกนั้นเอง สำหรับการใช้งาน รัก-ยม ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ปลุกเสกนั้นต้องการใช้งานให้รักและยมไปทำหน้าที่อะไร

ส่วนทางด้านการเก็บรักษาตุ๊กตารักยมนั้นมักจะนำไปใส่ขวดที่มีขนาดเล็กโดยภายในขวดนั้นก็จะมีน้ำมันจันทร์หรือน้ำมันหอมตอนที่มีการทำพิธีปลุกเสกใส่เอาไว้แล้วนำตุ๊กตารักยมไปใส่เอาไว้ข้างใน ซึ่งทุกครั้งที่ผู้ที่ปลุกเสกเดินทางไปไหนมาไหนก็มักจะต้องพาตุ๊กตารักและยอมเดินทางไปด้วยและเมื่อกลับถึงบ้านก็จะถูกนำไปวางไว้ในที่ที่เหมาะสมเช่นแถวบริเวณหิ้งพระ

หลังจากนั้นก็จะต้องมีการดูแลด้วยการหาข้าวปลาอาหารมาให้กินซึ่งลักษณะของวิธีการดูแลนั้นก็เหมือนกับการดูแลเด็กที่ต้องหาทั้งอาหารและของเล่นมาให้นั่นเอง ข้อควรระวังอีกอย่างนึงในการดูแลรักยมก็คือน้ำมันที่อยู่ในขวดนั้นถ้าไม่แห้งอย่างเด็ดขาดไม่เช่นนั้นแล้วรักยมอาจจะไม่เชื่อฟังคนที่ดูแลอยู่เพราะฉะนั้นจะต้องมีการเติมน้ำมัน

ภายในขวดนั้นอย่างสม่ำเสมอและต้องดูแลรักยมอย่างดีเหมือนกับดูแลลูกหลานของตนเองที่สำคัญหากใครก็ตามที่อยากจะฟังข้อมูลข่าวสารอยากจะรู้เรื่องอะไรก็สามารถสอบถามรักยมได้ดั่งที่เราจะเห็นได้ตามในละครทีวีหรือแม้แต่ตามสำนักของอาจารย์ที่มีการเล่นวิชาอาคมนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ต.ค. 21

คำสาปของแม่มดวูดู  แห่งนิวออร์ลีน  ประเทศสหรัฐอเมริกา

       เรื่องราวเกี่ยวกับแม่มด หมอผี ของคนในสมัยโบราณนั้น ค่อนข้างมีคนเชื่ออย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อของคนไทย หรือแม้แต่ความเชื่อของคนต่างประเทศก็ตาม ยิ่งในยุคแรกแรกนั้น คนต่างประเทศมักจะเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของพ่อมด แม่มดกันมากถึงขนาดที่ว่าหากสงสัยว่าใครก็ตามที่เป็นพ่อมด

หรือแม่มด พวกเขาเหล่านั้นก็จะถูกจับมาเผาทั้งเป็นทันที ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีผิวสีเข็มแล้วล่ะก็ มักจะถูกสงสัยมากกว่าคนผิวสีขาว โดยกลุ่มคนเหล่านี้ว่ากันว่าพวกเขานั้นมีลัทธิเป็นของตนเอง ซึ่งก็คือลัทธิแม่มด พ่อมด พวกเขามีเวทมนต์ที่จะสามารถสาปแช่งและทำร้ายใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือว่าสัตว์ก็ตามที 

ซึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็เช่นเดียวกัน ว่ากันว่า ใช้ช่วงประมาณ ปี ค.ศ. 1800  ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งได้มีแม่มดสาวคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า  มารี ลาโว ชาวบ้านต่างก็พากันเชื่อว่า  มารี ลาโว นั้นเป็นแม่มด และเธอนับถือลัทธิวูดู หลายคนมีการร่ำลือถึงความน่ากลัวของ มารี ลาโวกันว่า หากใครก็ตามที่ทำให้เธอไม่พอใจแล้วล่ะก็

จะถูกเธอสาปแช่งเอาได้  ซึ่งเรื่องเล่าและตำนานของเธอนั้น ยังคงมีการเล่าขานและพูดถึงมาจนถึงปัจจุบันนี้ และที่สำคัญปัจจุบันนี้หลายคนยังเคยเดินทางไปที่บ้านที่ มารี ลาโว เคยอาศัยอยู่ด้วยการหวังว่าวิญญาณแม่มด มารี ลาโวจะยังคงอยู่ทีบ้านของเธอ และพวกเขาต้องการให้วิญญาณของ มารี ลาโว ช่วยเหลือในการสาปแช่งใครก็ตามที่พวกเขาไม่พอใจ

ซึ่งการที่จะไปให้แม่มดมารี ลาโวช่วยนั้นจะต้องมีการเข้าไปเคาะโลงศพของ มารี ลาโวจำนวน สามครั้ง และจะต้องหมุนตัวเองในแบบของการทวนเข็มนาฬิกาทั้งหมดสามรอบ ต้องเตรียมเหล้ารัมไปทำการเซ่นไหว้ที่หลุมศพของ มารี ลาโว และจะต้องก้าวข้ามหลุมศพของ มารี ลาโว ทั้งหมดสามรอบด้วยกันเสร็จแล้วจะต้องกระโกนชื่อของ มารี ลาโวออกมาดังดัง

และบอกกับ มารี ลาโว ด้วยว่าต้องการให้เธอนั้นช่วยสาปแช่งใคร หรืออยากให้คนที่เราไม่พอใจนั้นประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบไหน  เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันนี้สถานที่ที่เคยเป็นที่อยู่ของ แม่มดมารี ลาโว นี้ตอนนี้มีคนหัวใส

เปิดเป็นบริษัททัวร์ พาลูกทัวร์มาเที่ยวที่บ้านของ มารี ลาโว และพาลูกทัวร์มาทำการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ด้วย และที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนนิยมมาเที่ยวกันมากเพราะต้องการมาทดลองพิสูจน์ว่าจะจริงแค่ไหน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sa gaming เครดิต ฟรี

ต.ค. 14

ความเชื่อเกี่ยวกับความตายของคนอียิปต์ 

  สำหรับความตายทุกคนไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงหนีกันไปพ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับความตายนั้นในประเทศอียิปต์มีตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ชีวิตหลังความตายเอาไว้

ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณซึ่งเราสามารถที่จะรู้ได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่นักโบราณคดีสามารถขุดค้นพบได้จากสุสานของฟาโรห์ราชาที่ปกป้องคุ้มครองประเทศอียิปต์ โดยความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณนั้นมีความเชื่อกันว่าเมื่อมีการตายเกิดขึ้นวิญญาณนั้นจะมีการจากร่างกายออกไปเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น

ซึ่งตอนที่วิญญาณออกจากร่างนั้นวิญญาณจะมีการเดินทางไปพบกับพระเจ้าหลังจากนั้นวิญญาณก็จะกลับมาสู่ร่างของตนไม่วันใดก็วันหนึ่งอย่างแน่นอน โดยชาวอียิปต์โบราณมีการเชื่อกันว่าเมื่อวิญญาณกลับมาแล้วก็ต้องมีร่างที่เอาไว้สิงสถิตซึ่งล่างนั้นก็ควรจะต้องเป็นร่างของตนเองเพียงเท่านั้นดังนั้นคนอียิปต์ในสมัยโบราณจึงมักมีการเก็บร่างกายของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วเอาไว้

และด้วยความเชื่อนี้เองคนอียิปต์ในสมัยโบราณจึงต้องมีวิธีการเก็บร่างกายของคนที่เสียชีวิตไปแล้วซึ่งเรารู้จักกันดีว่าวิธีการนั้นก็คือการทำ มัมมี่นั่นเอง สำหรับการทำมัมมี่นั้นจะเป็นการทำให้ร่างกายของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วอยู่ในสภาพที่เหมือนกับคนปกติไม่เกิดการเน่าเปื่อย

ดังนั้นวิธีการทำจริงจะต้องมีการผ่าท้องเพื่อเอาเครื่องในของผู้ที่เสียชีวิตออกมาเพื่อที่จะได้รักษาสภาพร่างกายเอาไว้ให้สมบูรณ์มากที่สุดซึ่งปัจจุบันนักโบราณคดีหลายคนได้ค้นพบสุสานของฟาโรห์และพบมัมมี่จำนวนหลายพระองค์

ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็ยังสามารถเห็นมันมี่ได้ตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่มีการเก็บซากมันมีเอาไว้ซึ่งจะมีการจัดแสดงไว้ให้กับประชาชนได้ดูถึงอารยธรรมของชนชาติอียิปต์ในสมัยโบราณว่ามีพิธีกรรมเป็นอย่างไรบ้าง

             สำหรับมัมมี่แล้ว ปัจจุบันกลายมาเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศอียิปต์เลยก็ว่าได้ เพราะไม่มีประเทศไหนในโลกที่มีการสร้างมัมมี่ขึ้นมาเพื่อรอคอยการกลับมาเกิดใหม่ของคนคนนั้น และแน่นอนว่าตอนนี้เราสามารถดูอียิปต์ของจริงได้ตามพิพิธภัณฑ์ ซึ่งหากใครอยากเห็นมัมมี่ของจริงคงต้องนั่งเครื่องบินไปไกลถึงประเทศอียิปต์กันเลยทีเดียว

แต่หากใครอยากรู้และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอียิปต์และมัมมี่แบบคร่าวคร่าว ก็สามารถค้นหาข้อมูลได้จากโลกอินเตอร์เน็ต ที่ซึ่งทีเราจะหาทุกอย่างที่เราอยากรู้ได้ทุกอย่างนั่นเอง หลายคนยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับคำสาปของมัมมี่ และสุสานของฟาโรห์ ที่ว่าหากใครที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสุสานของฟาโรห์แล้วล่ะก็ มันผู้นั้นจะต้องพบกับความหายนะนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

ต.ค. 07

ตำนานเจดีย์ชเวดากอง

        ถ้าใครเคยเดินทางไปประเทศพม่าหรือใครที่เคยศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์ของประเทศพม่าหรือแหล่งท่องเที่ยวของประเทศพม่าจะรู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของประเทศพม่าและถ้าหากใครเดินทางไปถึงพม่าแล้ว

ไม่ได้ไปกราบไหว้สถานที่แห่งนี้ก็นับได้ว่ายังเดินทางไปไม่ถึงเมืองพม่านั่นก็คือเจดีย์ชเวดากองสำหรับเจดีย์ชเวดากองนี้เป็นเจดีย์ซึ่งมีรูปร่างสวยงามโดยล้อมรอบด้วยเจดีย์น้อยใหญ่เป็นจำนวนมากซึ่งมีความเชื่อกันว่าภายในเจดีย์ชเวดากองนั้นเป็นที่จัดเก็บพระเกศาของพระพุทธเจ้านั่นเองเจดีย์ชเวดากองนั้น

ได้มีการถูกสร้างห่อหุ้มด้วยทองคำแท้ทั้งหมดซึ่งตามประวัติความเป็นมาได้มีการเล่าถึงการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์ชเวดากองว่าที่เจดีย์แห่งนี้มีการบูรณะซ่อมแซมเมื่อครั้งสมัยศตวรรษที่ 15 ซึ่งในครั้งนั้นมีพระนาง เซนซอบู ซึ่งพระนางนั้นเป็นเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรมอญพระองค์ได้มีการบริจาคทองคำแท้เพื่อนำมาใช้ในการซ่อมแซมบูรณะเจดีย์ชเวดากอง

โดยน้ำหนักที่พระองค์บริจาคทองคำนั้นพระองค์ใช้น้ำหนักตัวของตนเองในการบริจาคซึ่งพระองค์หนักกี่กิโลกรัมพระองค์ก็บริจาคเท่ากับจำนวนน้ำหนักของพระองค์ตามจำนวนกิโลกรัมนั่นเองนอกจากจะมีพระนาง เซนซอบูแล้วยังมีชาวเมือง ที่เป็นชาวเมืองพม่าไม่ว่าจะเป็นพวกขุนน้ำขุนนางหรือประชาชนทั่วไปต่างก็พากันร่วมใจบริจาคทองคำแท้เพื่อนำมาบูรณซ่อมแซมองค์เจดีย์ชเวดากองให้กลายเป็นเจดีย์

ที่มีความงดงามมีสีทองเหลืองอร่ามสวยงามจนมาถึงทุกวันนี้ซึ่งการบริจาคทองคำในครั้งนี้ปัจจุบันชาวเมืองพม่าก็ยังคงยึดถือปฏิบัติกันมาเพื่อนำมาซ่อมแซมกรณีที่องค์เจดีย์ชเวดากองนั้นมีความสุข Song หรือชำรุดไปนั่นเอง  แต่อย่างไรก็ตามมีตำนานที่พูดถึงจุดกำเนิดการเริ่มต้นของการสร้างเจดีย์ชเวดากองเอาไว้ว่าจริงๆแล้วองค์เจดีย์ชเวดากองนั้น

มีการสร้างมานานแล้วตั้งแต่สมัยพุทธกาลหรือก่อนประมาณ 2500 ปีเห็นจะได้ซึ่งในครั้งแรกที่มีการสร้างองค์เจดีย์ชเวดากองนั้นเกิดขึ้นมาจากที่มีพ่อค้าพี่น้อง 2 คนได้เดินทางไปกราบไหว้พระพุทธเจ้าและเมื่อจะกลับพระพุทธเจ้าก็ได้มีการมอบเส้นผมให้กับพ่อค้าทั้งสองคนจำนวนทั้งหมด 8 เส้นเมื่อพ่อค้าทั้งคู่เดินทางมาถึงเมืองพม่าก็ได้พบกับพระเจ้าอยู่หัวที่ปกครองประเทศพม่า

อยู่ในขณะนั้นเมื่อพระองค์ทรงรู้ว่าใช้ทั้งสองคนนั้นได้เส้นผมของพระพระเจ้ามาจึงได้ช่วยเหลือชายทั้งสองคนด้วยกันสั่งให้ทหารช่วยกันก่อสร้างองค์เจดีย์ชเวดากองขึ้นมาเพื่อจะได้นำเส้นผมของพระพุทธเจ้าไปเก็บรักษาเอาไว้นั่นเองและสถานที่ก่อสร้างองค์เจดีย์ชเวดากองนั้นก็คือบริเวณเนินเขาสิงกุตระละ

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเราก็เห็นเจดีย์ชเวดากองอยู่ตรงบริเวณที่เดิมนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแต่ได้มีนักประวัติศาสตร์ได้มีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างองค์เจดีย์ชเวดากองโดยมีการค้นพบและคาดว่าองค์เจดีย์ชเวดากองแล้วแท้ที่จริงน่าจะถูกสร้างมาในสมัยศตวรรษที่ 6 ซึ่งสมัยนั้นประเทศพม่ายังมีการปกครองโดยอาณาจักรมอญนั้นเอง 

 

 

ขอขอบคุณ  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

Older posts «

» Newer posts