Adminone

Author's details

Date registered: มิถุนายน 8, 2017

Latest posts

  1. 5เทคนิคสร้างสรรค์ภาพถ่าย — พฤศจิกายน 25, 2020
  2. ความลับของโมนา ลิซา หญิงสาวในรูปวาด — พฤศจิกายน 20, 2020
  3. ตำนานยักษ์กินคน  — พฤศจิกายน 11, 2020
  4. ตำนานถ้ำเลเขากอบ  จังหวัดตรัง — พฤศจิกายน 4, 2020
  5. ตำนาน รัก-ยม — ตุลาคม 29, 2020

Author's posts listings

พ.ย. 25

5เทคนิคสร้างสรรค์ภาพถ่าย

การสร้างสรรค์ภาพถ่ายนั้นในบางครั้งก็อาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ง่าย แต่ในบางครั้งก็มองได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากเพราะในการถ่ายภาพเทคนิคที่จะช่วยทำให้ภาพนั้นน่าสนใจและเกิดความโดดเด่นนั้นถือว่ามีความสำคัยอย่างมาก นักถ่ายภาพหรือที่เรียกว่าตากล้องทั้งหลายจึงมีการนำเทคนิคและหลักการนั้นไปประยุกต์

และนำไปต่อยอดในการถ่ายภาพเพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดภาพถ่ายแบบใหม่ๆที่น่าสนใจมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าภาพถ่ายนั้นเกิดการการมองเห็นและเกิดจากมุมมองของคนถ่ายทำให้ภาพถ่ายที่มีการถ่ายออกมาจากคนแต่ละคนนั้นจึงมีลักษณะและความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง และเทคนนิคที่นิยมนำมาใช้และถือว่าเป็นเทคนิคหลักในการถ่ายภาพก็ว่าได้มีทั้งหมดด้วยกัน 5 เทคนิค

กฎสามส่วน เป็นหลักการและเทคนิคที่สำคัญอย่างมากไม่ว่าจะเป็นนักถ่ายภาพมืออาชีพหรือมือใหม่ก็ล้วนจะต้องเรียนรู้และศึกษาในเรื่องกฎข้อนี้อยู่อย่างสม่ำเสมอและมีการนำไปใช้ในการถ่ายภาพทุกครั้งซึ่งสิ่งนี้สามารถฝึกฝนจนชำนาญและจะทำให่เรานั้นสามารถจับทางในการการใช้เทคกฎสามส่วนได้อย่างดียิ่งขึ้น

ซึ่งกฎหรือเทคนิคนี้นั้นเป็นสิ่งที่ช่วยในการดึงดูดความสนใจ เช้นถ้าหากเรานั้นต้องการให้สิ่งใดในภาพถ่ายของเรานั้นมีความโดดเด่นเราก็เพียงแค่เอาวัตุหรือสิ่งที่เราต้องการให้โดดเด่นนั้นวางบนจุดตัดทั้ง4ในกฎสามส่วนนั่นเอง

เส้นนำสายตา เป็นเทคนนิคที่จะช่วยทำให้ภาพถ่ายนั้นมีความสวยงามและโดดเด่นและรู้สึกถึงความเป็นระเบียบด้วยจุดนำสายตานั่นเอง ซึ่งการสร้างสรรค์โดยใช้เทคนิคนนี้นั้นจะเป็นการสร้างเส้นนำสายตาไปยังจุดหมายหรือสิ่งของที่เรานั้นต้องการให้เกิดความน่าสนใจและโดดเด่น

โดยส่วนใหญ่เว้นน้ำสายตาจะมีลักษณะอยู่ในแนวนอน เส้นนำสายตาก็คือเส้นที่เกิดจากการสร้างเองหรือเกิดจากธรรมชาติก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น แม่น้ำ สพานก็ล้วนเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ให้เกิดเป็นเส้นนำสายตาได้

การสร้างกรอบ เป็นการสร้างสรรค์ที่มีความโดดเด่นและสวยงามจะเป็นการเพิ่มความโดดเด่นกับสถานที่หรือวัตถที่เรานั้นต้องการให้เด่นชัด ซึ่งกรอบนั้นสามารถสร้างได้จากสิ่งที่เกิดจากธรรมชาตอเช่น การใช้ต้นไม้เป็นกรอบในการถ่ายเป็นต้น หรือการสร้างกรอบโดยใช้สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเช่น การถ่ายลอดจากช่องว่างระหว่างจักรยานก็จะเกิดการสร้างกรอบให้กับภาพนั้นเป็นต้น

ความสมมาตรในภาพถ่าย เป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดความสมดุลและทำให้ภาพนั้นมีความสวยงามและรู้สึกไม่ขาดไม่เกิดนภาพจะดูมัน้ำหนักที่เท่ากัน

การมองกลับหลัง เทคนนิคนี้ถือว่าสำคัยแต่หลายคนนั้นอาจจะไม่ค่อยทำในโดยส่วนใหญ่คนถ่ายภาพนั้นเมื่อถ่ายเสร็จแล้วมักจะไม่ค่อยได่มองกลับหลัง การมองกลับหลังนั้นอาจจะทำให้เรานั้นได้ภาพถ่ายที่สวยงามและสร้างสรรค์มากขึ้นได้

 

สนับสนุนโดย    ทดลองเล่นบาคาร่า

พ.ย. 20

ความลับของโมนา ลิซา หญิงสาวในรูปวาด

ในบรรดาภาพวาดที่โด่งดังที่สุดในโลก และมีมูลค่ามหาศาล ใครๆ ก็คงรู้จักกับภาพวาดหญิงสาวที่กล่าวกันว่าสวยที่สุด อย่างภาพวาดโมนา ลิซา แต่จะมีใครรู้บ้างว่าหญิงในรูปนั้นมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง วันนี้เรามีความลับบางอย่างของโมนา ลิซา มาฝากกัน

โมนา ลิซา กับอัตราส่วนทองคำ

อัตราส่วนทองคำเป็นเทคนิคหรือสิ่งที่มักนำมาใช้ในการวาดรูป ซึ่งได้ปรากฏในรูปภาพ Mona Lisa ด้วย ซึ่ง ดา วินชี ถูกใจเทคนิคนี้และนำมาใช้งานในรูปภาพจำนวนมากของเขา ซึ่งมันสร้างความพึงพอใจแก่เขามาก ด้วยการวาดทรงที่งดงามและก็สมดุลได้ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรผู้คนถึงได้ชอบใจในรูปภาพนี้มาก เพราะว่าบริเวณใบหน้าของ Mona Lisa นั้นมีความพอดี ถูกวาดได้อย่างสมบูรณ์กับอัตราส่วนทองคำ 

โมนา ลิซา ในรูปวาดได้ยิ้มหรือเปล่า 

เป็นที่โต้เถียงกันเป็นเวลายาวนานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการที่ Mona Lisa ในรูปวาดนั้น เธอกำลังยิ้มหรือว่าไม่ยิ้ม หลายๆคนมั่นใจว่า ดา วินชี คงจะบอกเรื่องขำขันระหว่างการวาดรูป เนื่องจากโมนา ลิซา นั้นบางทีอาจเป็นดารานางแบบที่ห่วยก็เป็นไปได้ มีศาสตราจารย์ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า การยิ้ม แบบมุมปากนั้น ยิ่งมองไกลจะยิ่งเห็นชัด โดยให้มองจากดวงตา จะพบว่ายิ้มมุมปากแบบนี้เด่นมาก นี่เป็นการวิเคราะห์ในปี 2005 ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สลับซับซ้อนได้เปิดเผยว่ารูปรอยยิ้มของโมนา ลิซานั้น เธอรู้สึกสุขมากกว่าเบื่อ กลัว หรือโกรธ   

รหัสที่หลบซ่อนอยู่

การศึกษาค้นพบนี้ถูกพบผ่านแว่นขยาย Silvano Vinceti โดยกล่าวว่าที่ดวงตาขวานั้นมีอักษร LV ซึ่งบางครั้งอาจจะแปลว่า Leonardo da Vinci ในเวลาที่เครื่องหมายทางด้านขวาปรากฏคำที่อ่านได้ยากกว่านั้นเป็นตัวหนังสือ CE หรือบางทีอาจเป็นอักษร B ไม่ใช่แค่เพียงแค่ที่ดวงตาเพียงแค่นั้นรอบๆ  ของภาพก็พบว่ามีเครื่องหมายอื่นๆ เช่น ส่วนโค้งของสะพานที่ปรากฏเป็นตัว Lแล้วก็เลข 2 ซึ่งตอนนี้ยังคงไม่มีใครทราบว่ามันมีความหมายหรือไม่ มาจนถึงทุกวันนี้

หัวม้าที่ซ่อนอยู่

ไม่เพียงแค่รอยยิ้มของภาพแค่นั้นที่เป็นราวกับภาพหลอน แม้กระนั้นในภาพของ Mona Lisa นั้นมีบางสิ่งซ่อนอยู่มาก โดยบริเวณใกล้ๆ ของสาวในรูปภาพ หนึ่งในนั้นเป็นหัวม้าที่หลบซ่อนอยู่เมื่อมองภาพจากทางด้านข้าง หรือกลับภาพไปด้านข้าง จะเจอกับสัตว์ต่างๆ แอบซ่อนอยู่ อย่างเช่นหน้าของสิงโตเมื่อดูจากข้างๆ หัวของลิงแล้วก็ควายที่พื้นข้างหลัง 

อาจกล่าวได้ว่าทุกสิ่งในรูปนี้มันช่างเต็มไปด้วยปริศนา มากกว่าแค่รูปหญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง และมันยิ่งทำให้ภาพของ Mona Lisa นั้นน่าค้นหายิ่งมองยิ่งลึกลับ ยิ่งดูยิ่งทำให้เกิดแนวความคิดต่างๆ มากขึ้นไปอีก และไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ยังคงพบว่ามีผู้คนจำนวนมากไปชมรูปภาพโมนา ลิซา ของจริงนี้อยู่เสมอ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ยูฟ่าเบท365

พ.ย. 11

ตำนานยักษ์กินคน 

    สำหรับตำนานยักษ์กินคนนั้นเกิดขึ้นมาเนื่องจากว่าเมื่อประมาณวันที่ 29 เดือนกันยายนพศ2562 ได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 13 ศพด้วยกันซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเด็กนักเรียนเทคนิคจังหวัดศรีสะเกษได้ขับรถผ่านมาบริเวณแถวนั้น

แล้วเกิดอุบัติเหตุขับรถชนเสาไฟฟ้าซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงถนนกิ่งแก้วโดยบริเวณถนนนั้นมีรูปปั้นยักษ์ตนหนึ่งตั้งอยู่ซึ่งยักษ์ตัวดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า สุริยาภพซึ่งชื่อยักษ์นี้เป็นยักษ์ที่มีเค้าโครงมาจากวรรณคดีของเรื่องรามเกียรติ์ สำหรับถนนกิ่งแก้วนั้นจะมีรูปปั้นยักษ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่เรียงรายกันทั้งหมด 12 ตนด้วยกัน

แต่อยากที่น่ากลัวและดุร้ายมากที่สุดก็คือยักษ์สุริยาภพที่เองทำให้ชาวบ้านต่างก็เชื่อกันว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากยักษ์สุริยาภพเป็นยักษ์กินคน ชาวบ้านนั้นมีความเชื่อว่าอยากกินคนนี้เกิดจากการที่บริเวณนั้นมีอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง

และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตนั้นก็เข้ามาสิงสู่ในร่างของยักษ์สุริยาภพเมื่อมี วิญญาณมาสิงในรูปปั้นของยักษ์เยอะมากขึ้นอีกนิดของยักษ์ก็มีมากขึ้นด้วยทำให้อุบัติเหตุก็ยิ่งมีที่เพิ่มมากขึ้นโดยชาวบ้านเชื่อกันว่าหากต้องการที่จะให้ถนนเส้นนี้สงบสุขไม่มีอุบัติเหตุจะต้องมีการย้ายยักษ์สุริยาภพไปไว้ในวัดนั่นเอง

เนื่องจากชาวบ้านนั้นเชื่อกันว่ายักษ์นั้นควรจะถูกนำไปไว้ที่วัดเพียงเท่านั้นเพราะอย่างเช่นวัดพระแก้วก็ได้มีการสร้างรูปปั้นของยักษ์ไว้ 12 ตนเช่นเดียวกันซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือยักษ์สุริยาภพเช่นเดียวกันและในบริเวณวัดพระแก้วก็ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุอะไรแต่อย่างใด สำหรับยักษ์ที่ถูกสร้างไว้ตรงถนนกิ่งแก้วนั้นชาวบ้านต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของยักษ์สุริยาภพนั้น

ได้มีการเก็บสะสมวิญญาณของผู้ที่เกิดอุบัติเหตุไว้ภายในรูปปั้นของยักษ์เพื่อเก็บไว้เป็นบริวารของตนเองแต่บางคนก็เชื่อกันว่าที่จริงแล้วไม่มีวิญญาณของยักษ์อยู่แต่เป็นวิญญาณของคนที่เสียชีวิตในบริเวณนั้นมาสิงสู่ในร่างของยักษ์เพื่อที่จะได้หาตัวตายตัวแทนจึงทำให้บริเวณนั้นมักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนั่นเองสำหรับเรื่องราวของยักษ์กินคนนั้นมีเรื่องเล่ากันมานานแล้ว

      แต่ทุกคนก็ได้ลืมเลือนกันไปนานแล้วเช่นเดียวกันจนล่าสุดมามีเกิดอุบัติเหตุตรงบริเวณถนนกิ่งแก้วและตำนานยักษ์กินคนก็ทำให้ชาวบ้านนั้นกลับมานึกถึงอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง ซึ่งตำนานนี้ทำให้ชาวบ้านได้มีการพูดถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นว่าน่าจะเป็นสาเหตุมาจากรูปปั้นยักษ์กินคนนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020

พ.ย. 04

ตำนานถ้ำเลเขากอบ  จังหวัดตรัง

        ที่จังหวัดตรังจะมีถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่าถ้ำเลเขากอบที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันเนื่องจากว่าภายในถ้ำนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างมากโดยที่ถ้ำแห่งนี้ได้มีตำนานเล่าถึงสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นสถานที่ที่พญานาคตนหนึ่งได้มาอาศัยอยู่กับคนรักของตนเอง

ก่อนที่จะถูกพ่อตาตามมาทำร้ายจนต้องหลบหนีไปเรื่องราวของถ้ำเลเขากอบนี้เกิดขึ้นเมื่อมีพญานาคตนหนึ่งชื่อว่าพญากอบ ซึ่งพญากอบนั้น เป็นพญานาคที่มีอิทธิฤทธิ์ร้ายแรงอีกทั้งยังมีรูปโฉมงดงามมากเลยว่ากันว่าร่างกายของพญากอบนั้นจะมีเกิดเป็นสีขาวและมีความยาวถึงประมาณ 1 โยชน์เลยทีเดียว   

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ พญากอบเป็นหนุ่มได้มีการขึ้นมาท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์และได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่านางศรีขัน ทั้งสองได้ตกลงรักซึ่งกันและกันโดยที่พญากอบ นั้นไม่รู้เลยว่านางศรีขันนั้นเป็นลูกสาวของยักษ์หูแกง  ทั้งคู่โดยอาศัยอยู่ด้วยกันและของคู่กันจนนางศรีขันนั้นตั้งครรภ์ พญากอบ

นั้นอยากจะให้ภรรยาของตนเองนั้นคลอดลูกในสถานที่ที่มีความสวยงามจึงได้พานางศรีขันมาอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งปัจจุบันนั้นก็คือถ้ำเลเขากอบนั่นเองโดยในครั้งแรกที่มาถึงนั้นที่บริเวณถ้ำเลเขากอบนี้เป็นเพียงแค่กดหินขนาดใหญ่เท่านั้นแต่ด้วยอิทธิฤทธิ์ของพญากอบ พระองค์ได้มีการพ่นไฟใส่ให้หินนั้นหลอมละลายกลายเป็นถ้ำ

และข้างในภายในถ้ำนั้นยังได้มีการเนรมิตให้มีความสวยงามประดับประดาเพชรนิลจินดามากมายเอาไว้ภายในถ้ำอีกทั้งยังมีการสร้างหินงอกหินย้อยเพื่อให้เกิดความงดงามภายในถ้ำเป็นทัศนียภาพที่สวยงามช่วยให้นางศรีขันนั้นคลอดลูกอย่างสบายตาและสบายใจอย่างไรก็ตามแต่ในระหว่างที่ทั้งคู่ครองคู่กันอยู่ภายในถ้ำเลเขากอบนั้น

พ่อของนางศรีขันได้เดินทางมาพบเข้าและเกิดความไม่พอใจเขาต้องการที่จะฆ่าพญากอบ ให้ตายยังนั้นเขาจึงได้พ่นไปใส่พญากอบ แต่พญากอบสามารถหลบหนีได้ทันและเมื่อรู้ว่ายักษ์หูแกงนั้นเป็นพ่อของนางศรีขันทำให้พญากอบ ไม่กล้าที่จะต่อสู้ด้วยจึงได้หลบหนีส่วนนางศรีขันนั้นระหว่างที่กับพ่อต่อสู้กันนั้นยังได้หนีขึ้นไปอยู่บนหน้าผาเพื่อรอให้สามีของนางนั้นมารับซึ่งระหว่างที่มีการต่อสู้กันนั้นยักษ์หูแกงได้มีการพ่นไฟเขาใส่พญากอบ

แต่ว่า พญากอบสามารถลบได้ทันทำให้ลูกไฟดังกล่าวนั้นไปโดนภูเขาลูกหนึ่งซึ่งต่อมาชาวบ้านเรียกภูเขาลูกนั้นว่าเขาหัวแตกส่วนตัวของพญากอบ นั้นก็ได้หนียักษ์หูแกง และไม่ได้กลับมาทางด้านนางศรีขันก็รอสามีจนคลอดลูกออกมาซึ่งรูปที่คลอดออกมานั้นเป็นงูโดยเมื่อนับแล้วสามารถนับได้มากถึง 80000 ตัวเลยทีเดียว

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่บริเวณถ้ำเลเขากอบนี้ก็จะมีงูมากมายอาศัยอยู่และชาวบ้านเชื่อกันว่าหากวันใดก็ตามที่พญากอบได้ย้อนกลับมาและได้มาพบกับลูกๆของเขาเมื่อนั้นคนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้กับถ้ำเลเขากอบก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ทดลองเล่นสล็อต gclub

ต.ค. 29

ตำนาน รัก-ยม

     สำหรับรักกับยมเป็นตุ๊กตาหุ่นพยนต์อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งลักษณะของตุ๊กตารักและโยมนั้นจะเป็นตุ๊กตาหุ่นที่สร้างมาเป็นเด็กคู่กันตัวนึงจะชื่อรักและอีกตัวหนึ่งจะชื่อยมซึ่งลักษณะของเด็กทั้งคู่นั้นจะเป็นเด็กในสมัยโบราณที่ไว้ผมทรงจุกและจะมีลักษณะคล้ายๆเหมือนกับเด็กชกมวย สร้างมาจากต้นไม้ 2 ชนิดสำหรับตุ๊กตาที่ชื่อว่ารักนั้นจะสร้างมาจากต้นรักซ้อน

ซึ่งจะต้องส่วนที่เป็นลำต้นหรือส่วนที่เป็นรากที่ตายแล้วมาสร้างเป็นตุ๊กตารักโดยถ้าหากใช้เป็นรากของต้นรักแล้วเราก็จะต้องเป็นกิ่งที่ยื่นไปทางฝั่งทิศตะวันออกด้วย ส่วนตุ๊กตายมนั้นก็ถูกนำมาสร้างจากต้นไม้ที่ชื่อว่าต้นมะยมโดยใช้ส่วนที่เป็นลำต้นหรือส่วนที่เป็นรากเช่นเดียวกัน โดยต้นไม้ที่เป็นต้นมะยมนั้นจะมีสีขาวแต่ถ้าเป็นต้นรักนั้นจะเป็นสีดำ

หลังจากได้ลากไม้ตามที่ต้องการแล้วก็จะถูกนำมาแกะสลักเป็นรูปร่างของเด็กแล้วค่อยทำการไล่บริกรรมคาถาปลุกเสกโดยตุ๊กตาที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วจะถูกนำไปไว้ในขัน สัมฤทธิ์ซึ่งภายในขันนั้นจะมีน้ำมันหอม หรืออีกชื่อหนึ่งคือน้ำมันจันทร์หลังจากนำผลไปใส่ไว้ในน้ำมันเป็นที่เรียบร้อยแล้วอาจารย์ก็จะทำพิธีปลุกเสกขึ้นมา

ซึ่งการร่ายบริกรรมคาถานั้นจะต้องใช้ระยะเวลานานเนื่องจากว่าผู้ที่ปลุกเสกนั้นจะต้องร่ายคาถาจนกว่าที่จะมองเห็นว่าหุ่นรักยมที่มีการปลุกเสกอยู่นั้นลุกขึ้นมาเต้นรำหรือลุกขึ้นมาเล่นกันถึงจะเป็นอันเสร็จสิ้นวิธีการปลุกเสกนั้นเอง สำหรับการใช้งาน รัก-ยม ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ปลุกเสกนั้นต้องการใช้งานให้รักและยมไปทำหน้าที่อะไร

ส่วนทางด้านการเก็บรักษาตุ๊กตารักยมนั้นมักจะนำไปใส่ขวดที่มีขนาดเล็กโดยภายในขวดนั้นก็จะมีน้ำมันจันทร์หรือน้ำมันหอมตอนที่มีการทำพิธีปลุกเสกใส่เอาไว้แล้วนำตุ๊กตารักยมไปใส่เอาไว้ข้างใน ซึ่งทุกครั้งที่ผู้ที่ปลุกเสกเดินทางไปไหนมาไหนก็มักจะต้องพาตุ๊กตารักและยอมเดินทางไปด้วยและเมื่อกลับถึงบ้านก็จะถูกนำไปวางไว้ในที่ที่เหมาะสมเช่นแถวบริเวณหิ้งพระ

หลังจากนั้นก็จะต้องมีการดูแลด้วยการหาข้าวปลาอาหารมาให้กินซึ่งลักษณะของวิธีการดูแลนั้นก็เหมือนกับการดูแลเด็กที่ต้องหาทั้งอาหารและของเล่นมาให้นั่นเอง ข้อควรระวังอีกอย่างนึงในการดูแลรักยมก็คือน้ำมันที่อยู่ในขวดนั้นถ้าไม่แห้งอย่างเด็ดขาดไม่เช่นนั้นแล้วรักยมอาจจะไม่เชื่อฟังคนที่ดูแลอยู่เพราะฉะนั้นจะต้องมีการเติมน้ำมัน

ภายในขวดนั้นอย่างสม่ำเสมอและต้องดูแลรักยมอย่างดีเหมือนกับดูแลลูกหลานของตนเองที่สำคัญหากใครก็ตามที่อยากจะฟังข้อมูลข่าวสารอยากจะรู้เรื่องอะไรก็สามารถสอบถามรักยมได้ดั่งที่เราจะเห็นได้ตามในละครทีวีหรือแม้แต่ตามสำนักของอาจารย์ที่มีการเล่นวิชาอาคมนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ต.ค. 21

คำสาปของแม่มดวูดู  แห่งนิวออร์ลีน  ประเทศสหรัฐอเมริกา

       เรื่องราวเกี่ยวกับแม่มด หมอผี ของคนในสมัยโบราณนั้น ค่อนข้างมีคนเชื่ออย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อของคนไทย หรือแม้แต่ความเชื่อของคนต่างประเทศก็ตาม ยิ่งในยุคแรกแรกนั้น คนต่างประเทศมักจะเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของพ่อมด แม่มดกันมากถึงขนาดที่ว่าหากสงสัยว่าใครก็ตามที่เป็นพ่อมด

หรือแม่มด พวกเขาเหล่านั้นก็จะถูกจับมาเผาทั้งเป็นทันที ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีผิวสีเข็มแล้วล่ะก็ มักจะถูกสงสัยมากกว่าคนผิวสีขาว โดยกลุ่มคนเหล่านี้ว่ากันว่าพวกเขานั้นมีลัทธิเป็นของตนเอง ซึ่งก็คือลัทธิแม่มด พ่อมด พวกเขามีเวทมนต์ที่จะสามารถสาปแช่งและทำร้ายใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือว่าสัตว์ก็ตามที 

ซึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็เช่นเดียวกัน ว่ากันว่า ใช้ช่วงประมาณ ปี ค.ศ. 1800  ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งได้มีแม่มดสาวคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า  มารี ลาโว ชาวบ้านต่างก็พากันเชื่อว่า  มารี ลาโว นั้นเป็นแม่มด และเธอนับถือลัทธิวูดู หลายคนมีการร่ำลือถึงความน่ากลัวของ มารี ลาโวกันว่า หากใครก็ตามที่ทำให้เธอไม่พอใจแล้วล่ะก็

จะถูกเธอสาปแช่งเอาได้  ซึ่งเรื่องเล่าและตำนานของเธอนั้น ยังคงมีการเล่าขานและพูดถึงมาจนถึงปัจจุบันนี้ และที่สำคัญปัจจุบันนี้หลายคนยังเคยเดินทางไปที่บ้านที่ มารี ลาโว เคยอาศัยอยู่ด้วยการหวังว่าวิญญาณแม่มด มารี ลาโวจะยังคงอยู่ทีบ้านของเธอ และพวกเขาต้องการให้วิญญาณของ มารี ลาโว ช่วยเหลือในการสาปแช่งใครก็ตามที่พวกเขาไม่พอใจ

ซึ่งการที่จะไปให้แม่มดมารี ลาโวช่วยนั้นจะต้องมีการเข้าไปเคาะโลงศพของ มารี ลาโวจำนวน สามครั้ง และจะต้องหมุนตัวเองในแบบของการทวนเข็มนาฬิกาทั้งหมดสามรอบ ต้องเตรียมเหล้ารัมไปทำการเซ่นไหว้ที่หลุมศพของ มารี ลาโว และจะต้องก้าวข้ามหลุมศพของ มารี ลาโว ทั้งหมดสามรอบด้วยกันเสร็จแล้วจะต้องกระโกนชื่อของ มารี ลาโวออกมาดังดัง

และบอกกับ มารี ลาโว ด้วยว่าต้องการให้เธอนั้นช่วยสาปแช่งใคร หรืออยากให้คนที่เราไม่พอใจนั้นประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบไหน  เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันนี้สถานที่ที่เคยเป็นที่อยู่ของ แม่มดมารี ลาโว นี้ตอนนี้มีคนหัวใส

เปิดเป็นบริษัททัวร์ พาลูกทัวร์มาเที่ยวที่บ้านของ มารี ลาโว และพาลูกทัวร์มาทำการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ด้วย และที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนนิยมมาเที่ยวกันมากเพราะต้องการมาทดลองพิสูจน์ว่าจะจริงแค่ไหน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sa gaming เครดิต ฟรี

ต.ค. 14

ความเชื่อเกี่ยวกับความตายของคนอียิปต์ 

  สำหรับความตายทุกคนไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงหนีกันไปพ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับความตายนั้นในประเทศอียิปต์มีตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ชีวิตหลังความตายเอาไว้

ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณซึ่งเราสามารถที่จะรู้ได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่นักโบราณคดีสามารถขุดค้นพบได้จากสุสานของฟาโรห์ราชาที่ปกป้องคุ้มครองประเทศอียิปต์ โดยความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณนั้นมีความเชื่อกันว่าเมื่อมีการตายเกิดขึ้นวิญญาณนั้นจะมีการจากร่างกายออกไปเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น

ซึ่งตอนที่วิญญาณออกจากร่างนั้นวิญญาณจะมีการเดินทางไปพบกับพระเจ้าหลังจากนั้นวิญญาณก็จะกลับมาสู่ร่างของตนไม่วันใดก็วันหนึ่งอย่างแน่นอน โดยชาวอียิปต์โบราณมีการเชื่อกันว่าเมื่อวิญญาณกลับมาแล้วก็ต้องมีร่างที่เอาไว้สิงสถิตซึ่งล่างนั้นก็ควรจะต้องเป็นร่างของตนเองเพียงเท่านั้นดังนั้นคนอียิปต์ในสมัยโบราณจึงมักมีการเก็บร่างกายของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วเอาไว้

และด้วยความเชื่อนี้เองคนอียิปต์ในสมัยโบราณจึงต้องมีวิธีการเก็บร่างกายของคนที่เสียชีวิตไปแล้วซึ่งเรารู้จักกันดีว่าวิธีการนั้นก็คือการทำ มัมมี่นั่นเอง สำหรับการทำมัมมี่นั้นจะเป็นการทำให้ร่างกายของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วอยู่ในสภาพที่เหมือนกับคนปกติไม่เกิดการเน่าเปื่อย

ดังนั้นวิธีการทำจริงจะต้องมีการผ่าท้องเพื่อเอาเครื่องในของผู้ที่เสียชีวิตออกมาเพื่อที่จะได้รักษาสภาพร่างกายเอาไว้ให้สมบูรณ์มากที่สุดซึ่งปัจจุบันนักโบราณคดีหลายคนได้ค้นพบสุสานของฟาโรห์และพบมัมมี่จำนวนหลายพระองค์

ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็ยังสามารถเห็นมันมี่ได้ตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่มีการเก็บซากมันมีเอาไว้ซึ่งจะมีการจัดแสดงไว้ให้กับประชาชนได้ดูถึงอารยธรรมของชนชาติอียิปต์ในสมัยโบราณว่ามีพิธีกรรมเป็นอย่างไรบ้าง

             สำหรับมัมมี่แล้ว ปัจจุบันกลายมาเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศอียิปต์เลยก็ว่าได้ เพราะไม่มีประเทศไหนในโลกที่มีการสร้างมัมมี่ขึ้นมาเพื่อรอคอยการกลับมาเกิดใหม่ของคนคนนั้น และแน่นอนว่าตอนนี้เราสามารถดูอียิปต์ของจริงได้ตามพิพิธภัณฑ์ ซึ่งหากใครอยากเห็นมัมมี่ของจริงคงต้องนั่งเครื่องบินไปไกลถึงประเทศอียิปต์กันเลยทีเดียว

แต่หากใครอยากรู้และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอียิปต์และมัมมี่แบบคร่าวคร่าว ก็สามารถค้นหาข้อมูลได้จากโลกอินเตอร์เน็ต ที่ซึ่งทีเราจะหาทุกอย่างที่เราอยากรู้ได้ทุกอย่างนั่นเอง หลายคนยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับคำสาปของมัมมี่ และสุสานของฟาโรห์ ที่ว่าหากใครที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสุสานของฟาโรห์แล้วล่ะก็ มันผู้นั้นจะต้องพบกับความหายนะนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

ต.ค. 07

ตำนานเจดีย์ชเวดากอง

        ถ้าใครเคยเดินทางไปประเทศพม่าหรือใครที่เคยศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์ของประเทศพม่าหรือแหล่งท่องเที่ยวของประเทศพม่าจะรู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของประเทศพม่าและถ้าหากใครเดินทางไปถึงพม่าแล้ว

ไม่ได้ไปกราบไหว้สถานที่แห่งนี้ก็นับได้ว่ายังเดินทางไปไม่ถึงเมืองพม่านั่นก็คือเจดีย์ชเวดากองสำหรับเจดีย์ชเวดากองนี้เป็นเจดีย์ซึ่งมีรูปร่างสวยงามโดยล้อมรอบด้วยเจดีย์น้อยใหญ่เป็นจำนวนมากซึ่งมีความเชื่อกันว่าภายในเจดีย์ชเวดากองนั้นเป็นที่จัดเก็บพระเกศาของพระพุทธเจ้านั่นเองเจดีย์ชเวดากองนั้น

ได้มีการถูกสร้างห่อหุ้มด้วยทองคำแท้ทั้งหมดซึ่งตามประวัติความเป็นมาได้มีการเล่าถึงการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์ชเวดากองว่าที่เจดีย์แห่งนี้มีการบูรณะซ่อมแซมเมื่อครั้งสมัยศตวรรษที่ 15 ซึ่งในครั้งนั้นมีพระนาง เซนซอบู ซึ่งพระนางนั้นเป็นเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรมอญพระองค์ได้มีการบริจาคทองคำแท้เพื่อนำมาใช้ในการซ่อมแซมบูรณะเจดีย์ชเวดากอง

โดยน้ำหนักที่พระองค์บริจาคทองคำนั้นพระองค์ใช้น้ำหนักตัวของตนเองในการบริจาคซึ่งพระองค์หนักกี่กิโลกรัมพระองค์ก็บริจาคเท่ากับจำนวนน้ำหนักของพระองค์ตามจำนวนกิโลกรัมนั่นเองนอกจากจะมีพระนาง เซนซอบูแล้วยังมีชาวเมือง ที่เป็นชาวเมืองพม่าไม่ว่าจะเป็นพวกขุนน้ำขุนนางหรือประชาชนทั่วไปต่างก็พากันร่วมใจบริจาคทองคำแท้เพื่อนำมาบูรณซ่อมแซมองค์เจดีย์ชเวดากองให้กลายเป็นเจดีย์

ที่มีความงดงามมีสีทองเหลืองอร่ามสวยงามจนมาถึงทุกวันนี้ซึ่งการบริจาคทองคำในครั้งนี้ปัจจุบันชาวเมืองพม่าก็ยังคงยึดถือปฏิบัติกันมาเพื่อนำมาซ่อมแซมกรณีที่องค์เจดีย์ชเวดากองนั้นมีความสุข Song หรือชำรุดไปนั่นเอง  แต่อย่างไรก็ตามมีตำนานที่พูดถึงจุดกำเนิดการเริ่มต้นของการสร้างเจดีย์ชเวดากองเอาไว้ว่าจริงๆแล้วองค์เจดีย์ชเวดากองนั้น

มีการสร้างมานานแล้วตั้งแต่สมัยพุทธกาลหรือก่อนประมาณ 2500 ปีเห็นจะได้ซึ่งในครั้งแรกที่มีการสร้างองค์เจดีย์ชเวดากองนั้นเกิดขึ้นมาจากที่มีพ่อค้าพี่น้อง 2 คนได้เดินทางไปกราบไหว้พระพุทธเจ้าและเมื่อจะกลับพระพุทธเจ้าก็ได้มีการมอบเส้นผมให้กับพ่อค้าทั้งสองคนจำนวนทั้งหมด 8 เส้นเมื่อพ่อค้าทั้งคู่เดินทางมาถึงเมืองพม่าก็ได้พบกับพระเจ้าอยู่หัวที่ปกครองประเทศพม่า

อยู่ในขณะนั้นเมื่อพระองค์ทรงรู้ว่าใช้ทั้งสองคนนั้นได้เส้นผมของพระพระเจ้ามาจึงได้ช่วยเหลือชายทั้งสองคนด้วยกันสั่งให้ทหารช่วยกันก่อสร้างองค์เจดีย์ชเวดากองขึ้นมาเพื่อจะได้นำเส้นผมของพระพุทธเจ้าไปเก็บรักษาเอาไว้นั่นเองและสถานที่ก่อสร้างองค์เจดีย์ชเวดากองนั้นก็คือบริเวณเนินเขาสิงกุตระละ

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเราก็เห็นเจดีย์ชเวดากองอยู่ตรงบริเวณที่เดิมนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแต่ได้มีนักประวัติศาสตร์ได้มีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างองค์เจดีย์ชเวดากองโดยมีการค้นพบและคาดว่าองค์เจดีย์ชเวดากองแล้วแท้ที่จริงน่าจะถูกสร้างมาในสมัยศตวรรษที่ 6 ซึ่งสมัยนั้นประเทศพม่ายังมีการปกครองโดยอาณาจักรมอญนั้นเอง 

 

 

ขอขอบคุณ  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

ต.ค. 01

หอศิลป์และการเข้าถึงงานศิลปะ 

ในประเทศไทยมีหอศิลป์ในการเก็บรวบรวมหรือการจัดแสดงงานศิลปะ ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นในตัวเมืองหรือนอกเมืองผู้คนที่มีอายุเท่าไหร่ก็ตามความต้องการในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเสพสื่อต่างๆเหล่านี้

เพราะว่างานศิลปะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจผู้คน หรือว่าผู้คนหน้าตามีความต้องการในการรับรู้เหตุการณ์บ้านเมืองหรือสถานที่ต่างๆที่เกิดขึ้น ผลงานศิลปะคืองานที่สะท้อนออกมาจากจิตใจศิลปินหรือว่าความคิดของศิลปินนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันงานศิลปะต่างๆ

ได้มีการจัดแสดงที่ตั้งเยอะไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะที่จัดแสดงในหอศิลปะแห่งชาติ หรือว่าตามแคลอรี่ต่างๆก็มีให้เห็นกันทั่วไป คนที่อยู่ปัจจุบันศิลปะไม่ใช่เพียงแต่แค่เป็นงานภาพวาดภาพเขียนเท่านั้น ยังมีงานศิลปะอีกหลายแขนงซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้ผู้คนมีการพัฒนาทางด้านจิตใจหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิถีชีวิต

ผู้คนต่างๆหรือกิจกรรมต่างๆก็ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นงานศิลปะทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง การแต่งเพลง หรือแม้จะเป็นการพัฒนางานต่างๆเป็นศิลปินและการสร้างสรรค์ทั้งสิ้นที่ผลิตผลงานต่างๆ เหล่านี้ออกมา การเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้ชีวิตผู้คนและการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

ทุกคนไม่ว่าในอดีตในยุคปัจจุบันก็มีการต่อสู้แย่งชิงหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาสถานที่ต่างๆที่เพิ่มขึ้นนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ในยุคปัจจุบันการพัฒนางานต่างๆในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้ชีวิตต่างๆที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ ทำให้ผู้คนมีการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตหรือการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ

โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตของผู้คน ผู้คนในยุคปัจจุบันที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานที่เพิ่มขึ้นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ จึงทำให้ผู้คนมีการพัฒนาความรู้ความสามารถหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการติดต่อสื่อสารที่เพิ่มขึ้นอย่างไร

ก็ตามในยุคปัจจุบันของศิลปะก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นสถานที่ในการจัดแสดงหรือว่าเผยแพร่งานศิลปะต่างๆ แต่ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นแล้วก็คือผู้คนสามารถเข้าถึงงานศิลปะต่างๆไม่ว่าจะเป็นศิลปินในยุคโบราณหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะร่วมสมัยได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่หอศิลปะเป็นสิ่งที่ผู้คนสามารถเข้าถึงงานงานศิลปะหรือรับรู้เรื่องราวต่างๆได้ แต่ในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีในครั้งนี้ก็มีรูปแบบอีกมากมายที่สามารถเข้าถึงงานศิลปะหรือสิ่งต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานหรือการเข้าถึงความรู้ต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

ก.ย. 23

วิชาศิลปะและการศึกษาในประเทศไทย

ในประเทศไทยมีการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะค่อนข้างเยอะไม่ว่าจะเป็นในส่วนของศิลปะเพื่อการพัฒนาตัวเองหรือแม้แต่จะเป็นศิลปะเพื่อการพัฒนาทางด้านอารมณ์ มีการตั้งหลักสูตรมากมายตั้งแต่เด็กในวัยประถมมีการพัฒนาการเรียนรู้หรืออาจจะเป็นการเข้าถึงในส่วนของความรู้ต่างๆเกี่ยวกับทางด้านศิลปะเบื้องต้น

การวาดรูประบายสีนี่เองจึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าโลกของเรามีการพัฒนาการเรียนรู้เกี่ยวกับสุนทรียภาพค่อนข้างเยอะเพราะในส่วนของ ศิลปะและการพัฒนาผู้คนต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันผู้คนต่างๆมีการพัฒนาในส่วนของทักษะทางด้านศิลปะเพื่อพัฒนาสุนทรียภาพแห่งการรับรู้เรื่องราวต่างๆรวมถึงยังมีในส่วนของการระบายอารมณ์เพราะศิลปะ

ในยุคนั้นก่อนนั้นเป็นทั้งการบันทึกข้อมูลต่างๆ ข้อมูลต่างๆถูกบันทึกผ่านทางศิลปะไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม การอยู่อาศัย รวมถึงยังมีในส่วนของการพัฒนาผู้คนในแต่ละยุคแต่ละสมัยไม่ว่าจะเป็นความเชื่อศาสนา นี่เองจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าศิลปะเป็นสิ่งที่ยึดโยงผู้คนเข้าหากันไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกต่างๆรวมถึงการระบายอารมณ์

อย่างไรก็ตามผู้คนต่างๆในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีการสนับสนุนให้มีหลักสูตรเกี่ยวกับการศึกษาทางด้านงานศิลปะจึงทำให้การพัฒนาผู้คนทางด้านอารมณ์มีการพัฒนาตลอดเวลา ศิลปะไม่ใช่เพียงแต่การวาดรูปหรือแม้แต่จะเป็นประติมากรรมที่เท่านั้นยังมีในส่วนของเครื่องดนตรี รวมทั้งยังมีอย่างอื่นอีกมากมาย

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอแนวคิดหรือการให้คุณค่ากับงานศิลปะที่เป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งที่แต่ละยุคแต่ละสมัย จำเป็นจะต้องมีการพัฒนาเพราะสุนทรียภาพและการสร้างสรรค์ผลงานของมนุษย์ต่างๆมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป แต่ละสถานที่รวมถึงแต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรมในการสร้างสรรค์ศิลป์ต่างกัน

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์หรือแม้แต่จะเป็นกิจกรรมของมนุษย์ มีส่วนที่ส่งผลต่องานศิลปะค่อนข้างเยอะยกตัวอย่างเช่น ในยุคปัจจุบันที่ประเทศไทยมีปัญหาเกี่ยวกับทางด้านการเมือง ศิลปะในยุคปัจจุบันหรือศิลปะร่วมสมัยในส่วนใหญ่เราอาจจะได้เห็นในส่วนของ จิตรกรต่างๆวาดภาพเกี่ยวกับทางด้านการเมืองไม่ว่าจะเป็นจิกกัด หรือจะเป็นการแสดงออก

นี่จะบ่งบอกว่าศิลปะต่างๆเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะวิชาศิลปะต่างๆที่เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับทางด้านอารมณ์ของผู้คน ผู้คนต่างๆไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็จำเป็นจะต้องมีการเรียนรู้ความเป็นมาเบื้องต้นของงานศิลปะเพื่อที่จะพัฒนาเกี่ยวกับชีวิต

วันนี้ทุกวันนี้สถานที่รวบรวมงานศิลปะมีจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นหอศิลป์ Museum ที่จัดแสดงเกี่ยวกับงานศิลปะค่อนข้างเยอะอย่างไรก็ตามยุคปัจจุบันศิลปะต่างๆช่วยพัฒนากล่อมเกลาจิตใจมนุษย์รวมถึงยังแสดงออกและเป็นสิ่งที่บันทึกความเป็นมาของผู้คนต่างๆ นี่จึงทำให้งานศิลปะโดยเฉพาะในประเทศไทยเกี่ยวกับการศึกษามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยพัฒนาผู้คนทั้งความคิดและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงไก่ชนไทย

Older posts «