Category Archive: ตำนาน

ก.ค. 27

ตำนานเรื่องเล่าอันน่าอัศจรรย์ใจของรูปปั้นหลวงพ่อโตที่วัดพนัญเชิง

         สำหรับวัดพนัญเชิงเป็นวัดที่มีหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีความสูงถึง 59.1 13 ม.คมีขนาดหน้าตักกว้างถึง 14 เมตรนับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หลวงพ่อโตที่วัดพนัญเชิง ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยอยุธยา    รูปดังกล่าวนั้นก็คือหลวงพ่อโตนั่นเอง

โดยพระพุทธรูปหลวงพ่อโตนี้ถูกนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดพนัญเชิงตั้งแต่ในสมัยปีพศ 1867 เป็นพระพุทธรูปที่มีการลงรักปิดทองและเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะการปั้นออกมาคล้ายกับศิลปะสมัยอู่ทองตอนปลายนับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่มีการสร้างมาในตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเลยก็ว่าได้ซึ่งหลวงพ่อโตนี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิราบ   ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อโตได้มีการบันทึกเอาไว้ในพงศาวดารเช่นเดียวกัน

         สำหรับหลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปที่แม้แต่คนจีนก็ยังให้ความเคารพนับถือไม่ต้องพูดถึงประชาชนคนไทยที่ต่างก็รักและเคารพและศรัทธาหลวงพ่อโตกันมาก หลวงพ่อโตที่วัดพนัญเชิง จะเห็นได้ว่าวัดพนัญเชิงในแต่ละวันนั้นจะมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนจีนเดินทางไปกราบไหว้หลวงพ่อโตกันอย่างหนาแน่นไม่ขาดสายโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นช่วงงานบุญแทบจะไม่มีทางให้เดินต้องเบียดเสียดยัดเยียดกันเลยทีเดียว

         ว่ากันว่ามีประวัติตำนานการเล่าเรื่องเกี่ยวกับความน่าอัศจรรย์ใจของรูปปั้นหลวงพ่อโตเมื่อครั้งสมัยที่กรุงศรีอยุธยากำลังอยู่ในช่วงของศึกสงครามเกิดขึ้นว่ากันว่าในสมัยนั้นก่อนที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงเมื่อชาวบ้านเดินทางมาทำบุญกับหลวงพ่อโตและได้งานน่ามองไปที่องค์หลวงพ่อโตชาวบ้านก็จะเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสายจากรูปปั้นของหลวงพ่อโตซึ่งมีการพูดกันปากต่อปากถึงความอัศจรรย์ไปนี้จนในที่สุดกรุงศรีอยุธยาเสียกรุงซึ่งในครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วง ปี พ.ศ. 2310 

         ชาวบ้านจึงมีการร่ำลือกันถึงน้ำตาที่ไหลออกมาจากรูปปั้นของหลวงพ่อโตว่านั่นคือการเตือนล่วงหน้าของหลวงพ่อโตที่นิมิตรเห็นแล้วว่าจะต้องเสียกรุงศรีอยุธยาไปให้กับข้าศึกอย่างแน่นอนหลวงพ่อโตจึงเกิดความเศร้าโศกเสียใจที่ประชาชนที่ตนเองรักนั้นจะต้องถูกฆ่าตายเลือดไหลนองแผ่นดินนั้นเอง

     อย่างไรก็ตามเรื่องเล่านี้ก็ได้มีการเล่าขานต่อๆกันมาตั้งแต่สมัยเสียกรุงจนถึงปัจจุบันเรื่องของน้ำตาหลวงพ่อโตที่ไหลลงมาในช่วงก่อนเสียกรุงก็ยังคงมีการพูดถึงกันอยู่ตอนนี้จนกลายมาเป็นตำนานที่สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับประชาชนที่ได้ฟังเรื่องราวนี้กันทุกคน 

 

        ปัจจุบันวัดพนัญเชิงซึ่งเป็นสถานที่ที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโตนั้นนับได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกหลังหนึ่งสร้างรายได้ให้กับวัดพนัญเชิงเป็นอย่างมากชาวบ้านมักมาขอพรกับหลวงพ่อโตและทุกครั้งที่ขอพรก็จะสมหวังจึงทำให้หลวงพ่อโตแห่งวัดพนัญเชิงเป็นพระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงโด่งดังเกรียงไกรตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนปัจจุบันชื่อเสียงของหลวงพ่อโตก็ยังคงมีอยู่ไม่เสื่อมคลาย

สนับสนุนโดย.    สมัคร sbobet โดยตรง

ก.ค. 19

ความเชื่อเกี่ยวกับอาหารที่ใช้ในการไหว้เทพเจ้าในช่วงวันตรุษจีน

             สำหรับการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนนั้นจะเห็นได้ว่าประชาชนจะออกมาจับจ่ายซื้อของตามตลาดเพื่อที่จะได้นำไปเตรียมอาหารนำมาไหว้เทพเจ้าต่างๆที่คนจีนให้ความเคารพนับถือไม่ว่าจะเป็นเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย  เทพเจ้าฮก ลก  ซิ่ว   หรือแม้แต่เทพเจ้าตี่จูเอี๊ยะ   แน่นอนว่าการออกไปซื้อของนั้นจะต้องมีการเลือกซื้อของที่เป็นของสิริมงคล

       ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่าอาหารที่คนจีนนิยมซื้อมาเพื่อนำมา การไหว้เทพเจ้า นั้นมีอะไรบ้างและความหมายของอาหารแต่ละชนิดนั้นหมายถึงอย่างไรทำไมคนจีนถึงนิยมนำอาหารเหล่านั้นมาใช้ในการเซ่นไหว้เทพเจ้า

      สำหรับใครก็ตามที่ต้องการที่อยากให้ลูกหลานของตนเองนั้นเป็นผู้ชายส่วนใหญ่แล้วเมื่อถึงเทศกาลตรุษจีนก็จะนำเมล็ดบัวมากราบไหว้มีมาใช้ในการประกอบอาหาร  ในขณะเดียวกันถ้าหากต้องการที่จะให้เทพเจ้าช่วยส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องของการเงินแล้วเราก็จะมีการซื้อเกาลัดมาถวายเทพเจ้าแต่ถ้าอยากให้ร่ำรวยเงินทองก็จะต้องมีอาหารที่มีส่วนประกอบของสาหร่ายดำ

       อย่างไรก็ตามเราจะเห็นได้ว่าเวลาที่ไหว้เทพเจ้าตี่จู่เอี๊ยะนั้นจะมีการถวายเป็นปลาทั้งตัวหรือแม้แต่ไก่ทั้งตัวซึ่งการถวายปลาทั้งตัวนั้นในความเชื่อของคนจีนเชื่อว่าจะช่วยในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์การอยู่ร่วมกันของคนในครอบครัวอย่างมีความสุขในขณะที่มีการถวายไก่หรือถวายเป็ดนั้นก็จะต้องมีการถวายทั้งตัวอวัยวะของไก่และเป็ดที่นำมาถวายนั้นจะต้องอยู่ครบทั้งหมดโดยความหมายของคนจีนเชื่อว่าถ้าหากถวายแล้วจะมีความเจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองนั่นเอง

            แน่นอนว่าถ้าหากใครอยากจะให้อายุยืนก็จะมีการนำหมี่ซั่วมาทำอาหารถวายเทพเจ้าซึ่งการนำหมี่ซั่วมาผลัดนั้นจะผัดเป็นเส้นยาวๆและจะไม่มีการตัดให้เส้นหมี่ซั่วมีขนาดสั้นเพราะถ้าเส้นหมี่ซั่วยิ่งยาวมากเท่าไหร่ก็หมายถึงว่าเราจะมีอายุยืนยาวมากขึ้นเท่านั้น  นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่นิยมทำมาเป็นอาหารสำหรับในการไหว้

อย่างเช่นมีการประกอบอาหาร การไหว้เทพเจ้า โดยมีส่วนผสมของดอกไม้ซึ่งความหมายของการถวายหน่อไม้นั้นก็จะหมายถึงเรื่องของความสุขความเจริญหรือแม้แต่การที่นำเต้าหู้หมัดมาถวายก็จะหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองและความร่ำรวยซึ่งเต้าหู้ที่นำมาหมักและนำมาถวายที่พระเจ้านั้นจะต้องทำมาจากถั่วแห้ง 

            ยังมีขนมและผลไม้อีกหลายชนิดที่จะถูกนำมาถวายให้กับเทพเจ้าในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนซึ่งขนมหรือผลไม้แต่ละชนิดนั้นก็จะให้ความหมายแตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกัน  แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วคนที่นำอาหารมาถวายหรือนำผลไม้มาถวายนั้นก็มักจะใช้ผลไม้หรืออาหารที่สอนความหมายถึงความร่ำรวยและความอุดมสมบูรณ์และชีวิตที่ยืนยาวนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ufabet บนมือถือ

เม.ย. 08

วิกฤตเศรษฐกิจทำตึกร้างอย่างGhost tower

สำหรับตึกร้างตึกแรกต้องเรียกว่าโด่งดงที่สุดแล้วก็ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือตึกสาธรยุนีคนั่นเองสำหรับตึกสาธรยูนีคเป็นตึกร้างมีจำนวนทั้งหมด49ชั้นด้วยกันสร้างขึ้นมาด้วยสถาปัตยกรรมแบบกรีกโรมันตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุงติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยเสียงล้ำลือจากคนที่ได้ขึ้นไปบนตึกแห่งนี้ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าวิวทิวทัศน์บนตึกสาธรแห่งนี้ต้องบอกว่าตึงตาตึงใจเอามากๆเลยและตึกแห่งนี้ยังเปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในประเทศไททยอย่างวิกฤตต้มยำกุ้งตั้งแต่ พ.ศ.2540นั่นเอง

ดังนั้นตึกสาธรยูนีคแห่งนี้ยังได้มีชื่อเสียงที่มีความโด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วยในชื่อที่ว่าGhost towerโดยนักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างก็มีความสนใจที่อยากจะเข้าไปทำการสำรวจกันเยอะมากเลยทีเดียวหากแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่อนุญาตที่ให้ใครก็ได้ที่จะเข้าไป

ซึ่งเหตุก็เป็นเพราะว่าเมื่อในปีพ.ศ.2560ตึกแห่งนี้ก็ได้ถูกใช้ให้เป็นฉากภาพยนตร์ดราม่าสยองขวัญเรื่องเพื่อนที่ระลึกโดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ทำออกมาได้หลอนผู้ที่ได้รับชมเอามากๆเลยมันจึงกลายเป็นสิ่งที่ตอกย้ำในความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

เนื่องจากนี้โครงการยูนีคสาธรแห่งนี้ได้เริ่มต้มเมื่อปี2533ด้วยเงินลงทุนสูงถึง1,800ล้านบาทโดยจากความตั้งใจของเจ้าของเขาอยากจะสร้างให้เป็นคอนโดสุดหรูที่ได้สร้างขึ้นอยู่ใจกลางเมือง

ในขณะที่ทุกๆอย่างก้ได้ดำเนินไปอย่างสวยงามก็จะต้องมีเรื่องที่ต้องทำให้โครงการนี้เกิดมีความขัดข้องในปีพ.ศ.2536เนื่องจากเจ้าของเขาได้ถูกในคดีจ้างวานฆ่าถึงแม้ว่าทางด้านศาลเขาจะยกฟ้องแล้วก็ตามแต่มันก็ได้ทำให้การเงินติดขัดไปในช่วงหนึ่ง

ซึ่งสถาบันการเงินทั้งหลายต่างก็ได้ชะลอการปล่อยเงินกู้ให้กับโครงการนี้นั่นเองและเมื่อทุกอย่างคดีความได้คลี่คลายไปแล้วมันก็ดูเหมือนว่าทุกๆอย่างนี้มันจะดำเนินไปได้ทุกๆอย่างๆเรียบร้อยเพราะว่าการก่อสร้างตึกแห่งนี้ก็ได้แล้วเสร็จไปถึง80%นั่นเอง

เพราะฉะนั้นแล้วก็ยังจะต้องมาพบเจอกับปัญหาหนักอึ่งอีกครั้งในปีพ.ศ.2540ประเทศไทยเราก็ต้องพบเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปัญหามันได้เกิดมาจากรัฐบาลได้ปฏิเสธค่าเงินบาทจึงได้ทำให้ประเทศได้พบกับปัญหาหนี้สินเพิ่มมากขึ้นรวมไปถึงสถาบันการเงินหลายแห่งต้องปิดตัวลงไปอีกหลายแห่ง

นอกจากนี้หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าเมื่อก่อนเรามีธนาคารมากกว่าปัจจุบันแต่ต้องหยุดกิจการไปเมื่อเหตุการณ์ในครั้งนั้นนั่นเองและยังรวมไปถึงโครงการที่จะก่อสร้างที่อยุ่ในกรุงเทพเกือบ300กว่าโครงการเลยที่ถูกทิ้งร้างในครั้งนั้น

 

 

สนับสนุนโดย.    Gclub ฟรี 100

มี.ค. 31

ความลับของไมเคิลแจ็คสัน

สำหรับไม่เคิลมนุษย์แมงมุมเคยมีหรือเปล่าที่ตอนเด็กๆเราดูการ์ตูนเรื่องอะไรแล้วเกิดมีอารมณ์ร่วมกับการ์ตูนเรื่องนั้นอีกด้วยพอตอนที่ตัวเราจะไปโรงเรียนก็คิดว่าตัวเองนั้นจะมีพลังนานาโดดเบ่งกล้ามใส่เพื่อนแล้วพอเป็นตึ่งอะไรแล้วสิ่งของที่ได้สะสมของฮีไร่ตัวนั้นก็จะมาอีกเยอะ

ซึ่งไม่ว่ามันจะเป็นหนังสือการ์ตูนหรือของเล่นที่เป็นอาวุธต่างๆที่อยู่ในเรื่องมีมาหมดเช่นเดียวกับ ไมเคิลแจ็คสัน จากคำสัมภาษณ์เขาได้บอกเอาไว้ว่าในช่วงยุค90ที่กิจการของมาร์เวลนั้นตกต่ำทางการเงินเป็นอย่างมาก ไมเคิลแจ็คสัน ก็ได้เข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นข้อเสนอที่จะช่วยเหลือ

โดยเขาได้ทำการช่วยซื้อสไปเดอร์แมนอันนี้หลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่าราชาเพลงป๊อปเขาได้เป็นตึ่งตัวยงของฮีโร่ตัวนี้และการที่เขานั้นจะซื้อไปนั้นไม่ใช่เพราะว่าเขานั้นอยากจะช่วยเหลือแฟรนไชส์สไปเดอร์แมนพร้อมกับได้การ์ตูนกลับมาอ่านที่บ้านครบทุกฉบับ

ซึ่งเขาได้มีเหตุผลที่มากกว่านั้นเพราะถ้าหากว่าเขานั้นได้ซื้อสไปเดอร์แมนได้แล้วเขาก็ยังสามารถเป็นโปรดิวเซอร์ของหนังสไปเดอร์แมนได้และนอกจากนั้นเขายังจะสามารถเป็นสไปเดอร์แมนได้เองเลยใช่แล้วนอกจากการเป็นราชาเพลงป๊อปแล้วพี่แก่อยากจะเป็นฮีโร่เหมือนกับสไปเดอร์แมนอีกด้วย

เมื่อในกระเป๋าพร้อมแล้วจะรออะไรไปซื้อมาแล้วก็แสดงเองเสียเลยแต่มันก็น่าเสียดายอย่างราชาเพลงป๊อปถึงแม้ว่ามาร์เวลจะมีปัญหาเรื่องการเงินแต่เขาก็ไม่ยอมรับข้อเสนอของ ไมเคิลแจ็คสัน ด้วยเหตุผลง่ายๆนั้นก็คือไมเคิลแจ็คสันไม่น่าจะเหมาะที่จะมาเป็นสไปเดอร์แมนถึงแม้ว่าเรื่องนี้มันจะไม่ได้ออกมาจากปากราชาเพลงป๊อปเองแต่ท่านประทานมาร์เวลเขามองได้อย่างทะลุเลยว่า ไมเคิลนั้นเขาต้องการอะไรสุดท้ายแล้วบทของสไปเดอร์แมนก็ไปตกกับอีกคนหนึ่ง

นอกจากนี้ในความพยายามของราชาเพลงป๊อปยังไม่จบสิ้นในเมื่อซื้อสไปเดอร์แมนไม่ได้เขาก็จะซื้อทั้งมาร์เวลเลยแล้วกันแล้วเป้าหมายต่อมาของไมเคิลแจ็คสันก็คือการแสดงในเรื่องเอ็กซ์เมนที่กำลังจะออกฉายในตอนนั้น

ซึ่งแน่นอนแล้วว่าทางมามาร์เวลก็บอกโนมันก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดานของไมเคิลแจ็คสันที่เงินนั้นมันไม่สามารถที่จะซื้อทุกอย่างได้แต่ถ้าเกิดเขาซื้อได้แล้วไมเคิลแจ็คสันเขามาแสดงเป็นสไปเดอร์แมนเพื่อนๆลองคิดดูหน่อยสิว่ามันจะเข้ากันหรือไม่คิดพอมันน่าจะมีความเป็นไปได้แค่นั้นพอเพียงมันจะเป็นความจริงของไมเคิลแจ็คสันที่เขาได้ฝันเอาไว้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.    ufabet

มี.ค. 17

ตำนานปีศาจไร้หน้า

           ที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีตำนานเกี่ยวกับภูตผี ปีศาจ และหนึ่งในตำนานนั่นก็คือ ตำนานปีศาจไร้หน้า ซึ่งตำนานนี้มีการพูดถึงกันมากตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบันจนปัจจุบันนี้มีการเล่าขานตำนานนี้กันอยู่นั่นก็คือตำนานผีไร้หน้า

ซึ่งแต่ละท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นนั้นก็จะมีการเล่าเกี่ยวกับตำนานนี้แตกต่างกันออกไป 1 ในเรื่องเล่าที่มีการพูดถึงกันมากที่สุดนั่นก็คือในสมัยก่อนนั้นได้มีผู้ชายคนหนึ่งเขาเป็นคนที่ขี้เกียจไม่ชอบทำงานทำการอยู่มาวันหนึ่งเขาต้องการที่จะไปตกปลาเพื่อนำมาเป็นอาหารซึ่งสถานที่เขาจะไปตกปลานั้นเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง

         ซึ่งอยู่ในบริเวณวัดและอยู่ใกล้กับสุสานหลวงระหว่างที่เขากำลังเตรียมคันเบ็ดที่สอบไปตกปลานั้นภรรยาของเขาก็ได้เตือนเขาว่าบ่อตกปลาแห่งนั้นอยู่ในบริเวณวัดซึ่งเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ยังอยู่ใกล้กับสุสานหลวงด้วยไม่ควรที่จะไปแอบขโมยตกปลาอาจจะเจอกับเรื่องราวอาถรรพ์ภายในวัดก็เป็นไปได้แต่ชายคนดังกล่าวนั้นไม่เชื่อภรรยาของตนเอง

ในช่วงเวลากลางคืนเขาจึงได้แอบไปตกปลาที่บ่อน้ำดังกล่าว และเมื่อไปถึงบ่อน้ำชายคนดังกล่าวก็ได้จัดแจงหย่อนเบ็ดตกปลาลงไปในบ่อ ขณะที่เขากำลังนั่งตกปลาอยู่นั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งใส่ชุดกิโมโนเดินเข้ามาหาพร้อมกับเดินเขาว่าที่บ่อน้ำแห่งนี้ไม่อนุญาตให้มีการตกปลา 

           แต่ใจคนดังกล่าวก็ยังที่จะได้ร้านตกปลาต่อไปพร้อมกับต่อว่าหญิงสาวเมื่อหญิงสาวเห็นดังนั้นจึงได้มีการแย่งคันเบ็ดการเกิดขึ้นและฝ่ายชายก็ได้สะบัดแขนจนกว่าผู้หญิงนั้นได้ล้มลง  ด้วยความแรงของการล้มทำให้หญิงสาวได้รับความเจ็บปวดเธอจึงร้องไห้ออกมา

  ชายหนุ่มก็เห็นดังนั้นก็รู้สึกผิดที่สะบัดแรงจนหญิงสาวคนดังกล่าวล้มลงเองได้เข้าไปหวังจะประคองให้ยืนขึ้นแต่ปรากฏว่าเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวหันหน้ากลับมาเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นที่ใบหน้าของเธอเป็นใบหน้าที่ขาวโพลนและไม่มีเครื่องหน้าบนใบหน้าเลยไม่ว่าจะเป็นปาก , จมูก , คิ้วหรือว่าตา   

     เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นดังนั้นก็เกิดความกลัว เขาได้วิ่งหนีจนไปเจอกับภรรยาของเขาที่เดินมาระหว่างทาง  เมื่อเห็นภรรยา ชายคนดังกล่าวจึงเล่าเรื่องที่เขาเจอปีศาจไร้หน้าให้ภรรยาของเขาฟัง และเมื่อเขาเล่าจบ

ภรรยาของเขาก็เอามือของตัวเองมาลูบที่ใบหน้าของตัวเอง แล้วเอามือลง หลังจากนั้นก็ถามว่า ปีศาจที่สามีเจอใช่หน้าตาแบบนี้หรือไม่ ซึ่งเมื่อสามีเห็นก็กลัวมาก เขาได้วิ่งหนีจนในที่สุดก็วิ่งไปตกน้ำ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

  สำหรับเรื่องนี้มีการเล่าเป็นตำนานเพื่อไม่ให้คนได้เข้าไปตกปลาที่บ่อน้ำภายในวัด เพราะต้องการให้คนกลัวการทำบาปนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย    บาคาร่า sa

พ.ย. 11

ตำนานยักษ์กินคน 

    สำหรับตำนานยักษ์กินคนนั้นเกิดขึ้นมาเนื่องจากว่าเมื่อประมาณวันที่ 29 เดือนกันยายนพศ2562 ได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 13 ศพด้วยกันซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเด็กนักเรียนเทคนิคจังหวัดศรีสะเกษได้ขับรถผ่านมาบริเวณแถวนั้น

แล้วเกิดอุบัติเหตุขับรถชนเสาไฟฟ้าซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงถนนกิ่งแก้วโดยบริเวณถนนนั้นมีรูปปั้นยักษ์ตนหนึ่งตั้งอยู่ซึ่งยักษ์ตัวดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า สุริยาภพซึ่งชื่อยักษ์นี้เป็นยักษ์ที่มีเค้าโครงมาจากวรรณคดีของเรื่องรามเกียรติ์ สำหรับถนนกิ่งแก้วนั้นจะมีรูปปั้นยักษ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่เรียงรายกันทั้งหมด 12 ตนด้วยกัน

แต่อยากที่น่ากลัวและดุร้ายมากที่สุดก็คือยักษ์สุริยาภพที่เองทำให้ชาวบ้านต่างก็เชื่อกันว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากยักษ์สุริยาภพเป็นยักษ์กินคน ชาวบ้านนั้นมีความเชื่อว่าอยากกินคนนี้เกิดจากการที่บริเวณนั้นมีอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง

และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตนั้นก็เข้ามาสิงสู่ในร่างของยักษ์สุริยาภพเมื่อมี วิญญาณมาสิงในรูปปั้นของยักษ์เยอะมากขึ้นอีกนิดของยักษ์ก็มีมากขึ้นด้วยทำให้อุบัติเหตุก็ยิ่งมีที่เพิ่มมากขึ้นโดยชาวบ้านเชื่อกันว่าหากต้องการที่จะให้ถนนเส้นนี้สงบสุขไม่มีอุบัติเหตุจะต้องมีการย้ายยักษ์สุริยาภพไปไว้ในวัดนั่นเอง

เนื่องจากชาวบ้านนั้นเชื่อกันว่ายักษ์นั้นควรจะถูกนำไปไว้ที่วัดเพียงเท่านั้นเพราะอย่างเช่นวัดพระแก้วก็ได้มีการสร้างรูปปั้นของยักษ์ไว้ 12 ตนเช่นเดียวกันซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือยักษ์สุริยาภพเช่นเดียวกันและในบริเวณวัดพระแก้วก็ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุอะไรแต่อย่างใด สำหรับยักษ์ที่ถูกสร้างไว้ตรงถนนกิ่งแก้วนั้นชาวบ้านต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของยักษ์สุริยาภพนั้น

ได้มีการเก็บสะสมวิญญาณของผู้ที่เกิดอุบัติเหตุไว้ภายในรูปปั้นของยักษ์เพื่อเก็บไว้เป็นบริวารของตนเองแต่บางคนก็เชื่อกันว่าที่จริงแล้วไม่มีวิญญาณของยักษ์อยู่แต่เป็นวิญญาณของคนที่เสียชีวิตในบริเวณนั้นมาสิงสู่ในร่างของยักษ์เพื่อที่จะได้หาตัวตายตัวแทนจึงทำให้บริเวณนั้นมักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนั่นเองสำหรับเรื่องราวของยักษ์กินคนนั้นมีเรื่องเล่ากันมานานแล้ว

      แต่ทุกคนก็ได้ลืมเลือนกันไปนานแล้วเช่นเดียวกันจนล่าสุดมามีเกิดอุบัติเหตุตรงบริเวณถนนกิ่งแก้วและตำนานยักษ์กินคนก็ทำให้ชาวบ้านนั้นกลับมานึกถึงอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง ซึ่งตำนานนี้ทำให้ชาวบ้านได้มีการพูดถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นว่าน่าจะเป็นสาเหตุมาจากรูปปั้นยักษ์กินคนนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020

พ.ย. 04

ตำนานถ้ำเลเขากอบ  จังหวัดตรัง

        ที่จังหวัดตรังจะมีถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่าถ้ำเลเขากอบที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันเนื่องจากว่าภายในถ้ำนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างมากโดยที่ถ้ำแห่งนี้ได้มีตำนานเล่าถึงสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นสถานที่ที่พญานาคตนหนึ่งได้มาอาศัยอยู่กับคนรักของตนเอง

ก่อนที่จะถูกพ่อตาตามมาทำร้ายจนต้องหลบหนีไปเรื่องราวของถ้ำเลเขากอบนี้เกิดขึ้นเมื่อมีพญานาคตนหนึ่งชื่อว่าพญากอบ ซึ่งพญากอบนั้น เป็นพญานาคที่มีอิทธิฤทธิ์ร้ายแรงอีกทั้งยังมีรูปโฉมงดงามมากเลยว่ากันว่าร่างกายของพญากอบนั้นจะมีเกิดเป็นสีขาวและมีความยาวถึงประมาณ 1 โยชน์เลยทีเดียว   

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ พญากอบเป็นหนุ่มได้มีการขึ้นมาท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์และได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่านางศรีขัน ทั้งสองได้ตกลงรักซึ่งกันและกันโดยที่พญากอบ นั้นไม่รู้เลยว่านางศรีขันนั้นเป็นลูกสาวของยักษ์หูแกง  ทั้งคู่โดยอาศัยอยู่ด้วยกันและของคู่กันจนนางศรีขันนั้นตั้งครรภ์ พญากอบ

นั้นอยากจะให้ภรรยาของตนเองนั้นคลอดลูกในสถานที่ที่มีความสวยงามจึงได้พานางศรีขันมาอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งปัจจุบันนั้นก็คือถ้ำเลเขากอบนั่นเองโดยในครั้งแรกที่มาถึงนั้นที่บริเวณถ้ำเลเขากอบนี้เป็นเพียงแค่กดหินขนาดใหญ่เท่านั้นแต่ด้วยอิทธิฤทธิ์ของพญากอบ พระองค์ได้มีการพ่นไฟใส่ให้หินนั้นหลอมละลายกลายเป็นถ้ำ

และข้างในภายในถ้ำนั้นยังได้มีการเนรมิตให้มีความสวยงามประดับประดาเพชรนิลจินดามากมายเอาไว้ภายในถ้ำอีกทั้งยังมีการสร้างหินงอกหินย้อยเพื่อให้เกิดความงดงามภายในถ้ำเป็นทัศนียภาพที่สวยงามช่วยให้นางศรีขันนั้นคลอดลูกอย่างสบายตาและสบายใจอย่างไรก็ตามแต่ในระหว่างที่ทั้งคู่ครองคู่กันอยู่ภายในถ้ำเลเขากอบนั้น

พ่อของนางศรีขันได้เดินทางมาพบเข้าและเกิดความไม่พอใจเขาต้องการที่จะฆ่าพญากอบ ให้ตายยังนั้นเขาจึงได้พ่นไปใส่พญากอบ แต่พญากอบสามารถหลบหนีได้ทันและเมื่อรู้ว่ายักษ์หูแกงนั้นเป็นพ่อของนางศรีขันทำให้พญากอบ ไม่กล้าที่จะต่อสู้ด้วยจึงได้หลบหนีส่วนนางศรีขันนั้นระหว่างที่กับพ่อต่อสู้กันนั้นยังได้หนีขึ้นไปอยู่บนหน้าผาเพื่อรอให้สามีของนางนั้นมารับซึ่งระหว่างที่มีการต่อสู้กันนั้นยักษ์หูแกงได้มีการพ่นไฟเขาใส่พญากอบ

แต่ว่า พญากอบสามารถลบได้ทันทำให้ลูกไฟดังกล่าวนั้นไปโดนภูเขาลูกหนึ่งซึ่งต่อมาชาวบ้านเรียกภูเขาลูกนั้นว่าเขาหัวแตกส่วนตัวของพญากอบ นั้นก็ได้หนียักษ์หูแกง และไม่ได้กลับมาทางด้านนางศรีขันก็รอสามีจนคลอดลูกออกมาซึ่งรูปที่คลอดออกมานั้นเป็นงูโดยเมื่อนับแล้วสามารถนับได้มากถึง 80000 ตัวเลยทีเดียว

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่บริเวณถ้ำเลเขากอบนี้ก็จะมีงูมากมายอาศัยอยู่และชาวบ้านเชื่อกันว่าหากวันใดก็ตามที่พญากอบได้ย้อนกลับมาและได้มาพบกับลูกๆของเขาเมื่อนั้นคนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้กับถ้ำเลเขากอบก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ทดลองเล่นสล็อต gclub

ต.ค. 29

ตำนาน รัก-ยม

     สำหรับรักกับยมเป็นตุ๊กตาหุ่นพยนต์อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งลักษณะของตุ๊กตารักและโยมนั้นจะเป็นตุ๊กตาหุ่นที่สร้างมาเป็นเด็กคู่กันตัวนึงจะชื่อรักและอีกตัวหนึ่งจะชื่อยมซึ่งลักษณะของเด็กทั้งคู่นั้นจะเป็นเด็กในสมัยโบราณที่ไว้ผมทรงจุกและจะมีลักษณะคล้ายๆเหมือนกับเด็กชกมวย สร้างมาจากต้นไม้ 2 ชนิดสำหรับตุ๊กตาที่ชื่อว่ารักนั้นจะสร้างมาจากต้นรักซ้อน

ซึ่งจะต้องส่วนที่เป็นลำต้นหรือส่วนที่เป็นรากที่ตายแล้วมาสร้างเป็นตุ๊กตารักโดยถ้าหากใช้เป็นรากของต้นรักแล้วเราก็จะต้องเป็นกิ่งที่ยื่นไปทางฝั่งทิศตะวันออกด้วย ส่วนตุ๊กตายมนั้นก็ถูกนำมาสร้างจากต้นไม้ที่ชื่อว่าต้นมะยมโดยใช้ส่วนที่เป็นลำต้นหรือส่วนที่เป็นรากเช่นเดียวกัน โดยต้นไม้ที่เป็นต้นมะยมนั้นจะมีสีขาวแต่ถ้าเป็นต้นรักนั้นจะเป็นสีดำ

หลังจากได้ลากไม้ตามที่ต้องการแล้วก็จะถูกนำมาแกะสลักเป็นรูปร่างของเด็กแล้วค่อยทำการไล่บริกรรมคาถาปลุกเสกโดยตุ๊กตาที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วจะถูกนำไปไว้ในขัน สัมฤทธิ์ซึ่งภายในขันนั้นจะมีน้ำมันหอม หรืออีกชื่อหนึ่งคือน้ำมันจันทร์หลังจากนำผลไปใส่ไว้ในน้ำมันเป็นที่เรียบร้อยแล้วอาจารย์ก็จะทำพิธีปลุกเสกขึ้นมา

ซึ่งการร่ายบริกรรมคาถานั้นจะต้องใช้ระยะเวลานานเนื่องจากว่าผู้ที่ปลุกเสกนั้นจะต้องร่ายคาถาจนกว่าที่จะมองเห็นว่าหุ่นรักยมที่มีการปลุกเสกอยู่นั้นลุกขึ้นมาเต้นรำหรือลุกขึ้นมาเล่นกันถึงจะเป็นอันเสร็จสิ้นวิธีการปลุกเสกนั้นเอง สำหรับการใช้งาน รัก-ยม ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ปลุกเสกนั้นต้องการใช้งานให้รักและยมไปทำหน้าที่อะไร

ส่วนทางด้านการเก็บรักษาตุ๊กตารักยมนั้นมักจะนำไปใส่ขวดที่มีขนาดเล็กโดยภายในขวดนั้นก็จะมีน้ำมันจันทร์หรือน้ำมันหอมตอนที่มีการทำพิธีปลุกเสกใส่เอาไว้แล้วนำตุ๊กตารักยมไปใส่เอาไว้ข้างใน ซึ่งทุกครั้งที่ผู้ที่ปลุกเสกเดินทางไปไหนมาไหนก็มักจะต้องพาตุ๊กตารักและยอมเดินทางไปด้วยและเมื่อกลับถึงบ้านก็จะถูกนำไปวางไว้ในที่ที่เหมาะสมเช่นแถวบริเวณหิ้งพระ

หลังจากนั้นก็จะต้องมีการดูแลด้วยการหาข้าวปลาอาหารมาให้กินซึ่งลักษณะของวิธีการดูแลนั้นก็เหมือนกับการดูแลเด็กที่ต้องหาทั้งอาหารและของเล่นมาให้นั่นเอง ข้อควรระวังอีกอย่างนึงในการดูแลรักยมก็คือน้ำมันที่อยู่ในขวดนั้นถ้าไม่แห้งอย่างเด็ดขาดไม่เช่นนั้นแล้วรักยมอาจจะไม่เชื่อฟังคนที่ดูแลอยู่เพราะฉะนั้นจะต้องมีการเติมน้ำมัน

ภายในขวดนั้นอย่างสม่ำเสมอและต้องดูแลรักยมอย่างดีเหมือนกับดูแลลูกหลานของตนเองที่สำคัญหากใครก็ตามที่อยากจะฟังข้อมูลข่าวสารอยากจะรู้เรื่องอะไรก็สามารถสอบถามรักยมได้ดั่งที่เราจะเห็นได้ตามในละครทีวีหรือแม้แต่ตามสำนักของอาจารย์ที่มีการเล่นวิชาอาคมนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ต.ค. 21

คำสาปของแม่มดวูดู  แห่งนิวออร์ลีน  ประเทศสหรัฐอเมริกา

       เรื่องราวเกี่ยวกับแม่มด หมอผี ของคนในสมัยโบราณนั้น ค่อนข้างมีคนเชื่ออย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อของคนไทย หรือแม้แต่ความเชื่อของคนต่างประเทศก็ตาม ยิ่งในยุคแรกแรกนั้น คนต่างประเทศมักจะเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของพ่อมด แม่มดกันมากถึงขนาดที่ว่าหากสงสัยว่าใครก็ตามที่เป็นพ่อมด

หรือแม่มด พวกเขาเหล่านั้นก็จะถูกจับมาเผาทั้งเป็นทันที ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีผิวสีเข็มแล้วล่ะก็ มักจะถูกสงสัยมากกว่าคนผิวสีขาว โดยกลุ่มคนเหล่านี้ว่ากันว่าพวกเขานั้นมีลัทธิเป็นของตนเอง ซึ่งก็คือลัทธิแม่มด พ่อมด พวกเขามีเวทมนต์ที่จะสามารถสาปแช่งและทำร้ายใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือว่าสัตว์ก็ตามที 

ซึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็เช่นเดียวกัน ว่ากันว่า ใช้ช่วงประมาณ ปี ค.ศ. 1800  ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งได้มีแม่มดสาวคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า  มารี ลาโว ชาวบ้านต่างก็พากันเชื่อว่า  มารี ลาโว นั้นเป็นแม่มด และเธอนับถือลัทธิวูดู หลายคนมีการร่ำลือถึงความน่ากลัวของ มารี ลาโวกันว่า หากใครก็ตามที่ทำให้เธอไม่พอใจแล้วล่ะก็

จะถูกเธอสาปแช่งเอาได้  ซึ่งเรื่องเล่าและตำนานของเธอนั้น ยังคงมีการเล่าขานและพูดถึงมาจนถึงปัจจุบันนี้ และที่สำคัญปัจจุบันนี้หลายคนยังเคยเดินทางไปที่บ้านที่ มารี ลาโว เคยอาศัยอยู่ด้วยการหวังว่าวิญญาณแม่มด มารี ลาโวจะยังคงอยู่ทีบ้านของเธอ และพวกเขาต้องการให้วิญญาณของ มารี ลาโว ช่วยเหลือในการสาปแช่งใครก็ตามที่พวกเขาไม่พอใจ

ซึ่งการที่จะไปให้แม่มดมารี ลาโวช่วยนั้นจะต้องมีการเข้าไปเคาะโลงศพของ มารี ลาโวจำนวน สามครั้ง และจะต้องหมุนตัวเองในแบบของการทวนเข็มนาฬิกาทั้งหมดสามรอบ ต้องเตรียมเหล้ารัมไปทำการเซ่นไหว้ที่หลุมศพของ มารี ลาโว และจะต้องก้าวข้ามหลุมศพของ มารี ลาโว ทั้งหมดสามรอบด้วยกันเสร็จแล้วจะต้องกระโกนชื่อของ มารี ลาโวออกมาดังดัง

และบอกกับ มารี ลาโว ด้วยว่าต้องการให้เธอนั้นช่วยสาปแช่งใคร หรืออยากให้คนที่เราไม่พอใจนั้นประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบไหน  เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันนี้สถานที่ที่เคยเป็นที่อยู่ของ แม่มดมารี ลาโว นี้ตอนนี้มีคนหัวใส

เปิดเป็นบริษัททัวร์ พาลูกทัวร์มาเที่ยวที่บ้านของ มารี ลาโว และพาลูกทัวร์มาทำการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ด้วย และที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนนิยมมาเที่ยวกันมากเพราะต้องการมาทดลองพิสูจน์ว่าจะจริงแค่ไหน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sa gaming เครดิต ฟรี

ก.ค. 20

ประวัติราชอาณาจักรของเกาหลีซึ่งถือได้ว่าเป็นยุคเหมือนสามก๊กของจีน

          ประวัติราชอาณาจักรของเกาหลีซึ่งถือได้ว่าเป็นยุคเหมือนสามก๊กของจีน  สำหรับประเทศเกาหลีนั้นหากเคยมีการศึกษาข้อมูลก็จะพบว่าในสมัยยุคเริ่มแรกที่ประเทศเกาหลีได้มีการรวมตัวกันเป็นราชอาณาจักรของเกาหลีขึ้นมาโดยช่วงนั้นยังถือว่าเป็นยุคของอาณาจักรโชซอนโบราณนั่นเองซึ่งในสมัยนั้นอาณาจักรโชซอนโบราณของเกาหลีนั้นได้ถูกรุกรานจากประเทศจีนจนต้องตกเป็นเมืองขึ้นของจีน

และกว่าจะมีการกอบกู้เอกราชได้ก็ต้องใช้ระยะเวลานานหลายปีซึ่งอาณาจักรที่เข้ามาช่วยกอบกู้เอกราชให้กับประเทศเกาหลีนั้นก็คืออาณาจักรโครยอดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดประวัติศาสตร์ของเกาหลีหลังจากที่อาณาจักรโครยอนั้นได้มีการกอบกู้เอกราชและประเทศเกาหลีไม่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของจีนแล้วหลังจากนั้นเกาหลีก็มีการแบ่งดินแดนออกเป็นทั้งหมด 3 อาณาจักรใหญ่ๆด้วยกัน

ซึ่งอาณาจักรแรกนั่นก็คืออาณาจักรโครยอโดยอาณาจักรนี้จะกินบริเวณพื้นที่ทางแถบภาคเหนือทั้งหมดในอาณาจักรนี้ถือว่าเป็นอาณาจักรที่มีความใหญ่โตเก่งกาจและมีความเข้มแข็งมากและเป็นอาณาจักรที่อย่างที่เรารู้กันก็คือสามารถกอบกู้เอกราชจากประเทศจีนได้เพราะสามารถขับไล่ราชวงศ์ของจีน

ซึ่งเป็นราชวงศ์ฮั่นออกจากประเทศได้นั่นเองอีกครั้งหลังจากที่อาณาจักรโครยอได้มีการขับไล่ราชวงศ์ฮั่นของจีนและออกไปเป็นผลสำเร็จแล้วก็ยังมีการขยายอาณาจักรและแพอำนาจอีกมากมายรวมถึงได้มีการเข้ายึดครองอาณาจักรต่างๆซึ่งในสมัยนั้นราชวงศ์จีนได้มีการปกครองอยู่นั่นเองอย่างไรก็ตามนอกเหนือจากอาณาจักรโครยอแล้ว

ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นยังมีอาณาจักรแพ็กเจซึ่งอาณาจักรนี้จะอยู่แถวบริเวณทางด้านตอนใต้สำหรับอาณาจักรแพ็กเจนั้นเป็นอาณาจักรที่ไม่ได้ใหญ่มากนักและเล็กกว่าอาณาจักรโครยอมากทีเดียวอย่างไรก็ตามก็ได้มีการขยายอำนาจของตนเองออกไปโดยสามารถเข้ายึดครองอาณาจักรอื่นๆได้เป็นผลสำเร็จส่วนอาณาจักรที่ 3

และถือว่าเป็นอาณาจักรสุดท้ายในยุคนี้นั่นก็คืออาณาจักรเชื้อราซึ่งอาณาจักรนี้จะมีการตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่แถวทางตะวันออกเฉียงใต้เราจะอยู่ต่อไปทางแนวคาบสมุทรเกาหลีซึ่งอาณาจักรนี้เป็นอาณาจักรที่ไม่ได้เข้มแข็งมากนักมีการพัฒนาขึ้นมาจากชนเผ่าต่างๆโดยเฉพาะเผ่าซาโร ซึ่งอาณาจักรชิลลานี่เองได้มีการทำสัญญาสงบศึกไว้กับทางอาณาจักรโครยอ

เพราะไม่ต้องการอาณาจักรโครูยอนั้นเข้ามายึดครองอาณาจักรของตนเอง  อย่างไรก็ตามในสมัยนั้นเนื่องจากอาณาจักรอาณาจักรโครยอเป็นอาณาจักรที่มีความแข็งแกร่งและต้องการที่จะมีการแผ่อำนาจของตนเองออกไปในที่สุดก็ได้เข้าไปยึดครองอาณาจักรแพ็กเจได้ในที่สุดนั่นเอง

และนี่เป็นสามอาณาจักรของ เกาหลีในอดีต ที่เปรียบเสมือนกับสามก๊ก ของจีนนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

Older posts «