“ทินเนอร์” สารระเหยอันตรายมากนะจ๊ะ

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94

ทินเนอร์ เป็นสารเคมีที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย มักนำมาใช้ผสมในสีทาบ้าน รวมทั้งน้ำยาล้างเล็บและสารเคลือบเงา เช่น แล็กเกอร์ หรือวาร์นิช ส่วนประกอบหลักของทินเนอร์ ได้แก่ โทลูอีน (toluene)

การใช้ทินเนอร์ไปในทางผิดประเภทของกลุ่มวัยรุ่นบางกลุ่ม ก่อให้เกิดผลที่ตามมาหลายอย่าง พอๆกับเหล้า ยาเสพติดหลายชนิด ซึ่งมีผลต่อร่างกาย และสังคมไม่น้อย

มาดูกันว่า เมื่อได้รับสารระเหยตัวนี้แล้ว จะก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

1. เมื่อได้รับโทลูอีนในระยะสั้น ทำให้เกิดพิษเฉียบพลัน พบว่าในผู้ที่ได้รับโทลูอีนในปริมาณมากอาจหมดสติในระยะเวลาไม่กี่นาทีโดยไม่มีอาการเตือนใด ๆ ล่วงหน้า สำหรับผลต่อระบบประสาท ในระยะแรกโทลูอีนจะกระตุ้นประสาท ต่อมาจะมีฤทธิ์กดประสาท โทลูอีนทำให้เกิดอาการปวดหัว มึนงง รู้สึกอ่อนเพลีย ชัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีผลต่อความจำ รู้สึกคลื่นไส้และเบื่ออาหาร นอกจากนั้นการได้รับโทลูอีนในปริมาณที่สูงยังอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยพบรายงานการเสียชีวิตจากการรับประทานโทลูอีนในปริมาณ 60 มิลลิลิตร การเสียชีวิตมักเกิดจากภาวะที่หัวใจห้องล่างซ้ายเต้นผิดปกติ (ventricular arrhythmia) หรือจากภาวะการขาดออกซิเจน นอกจากนี้ยังพบการเกิดการทำลายต่อตับและไต รวมทั้งการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น การเกิดปอดอักเสบ เป็นต้น การรับประทานโทลูอีน ทำให้เกิดการระคายเคือง ปวดกระเพาะอาหาร อาเจียน หากโทลูอีนเข้าตา จะเกิดการระคายเคือง ปวดแสบปวดร้อน เยื่อบุตาอักเสบ และเกิดรอยที่กระจกตา อาการพิษเฉียบพลันมักหายได้ภายใน 48 ชั่วโมง การสัมผัสกับโทลูอีนเป็นเวลานาน เช่น จากการทำงาน ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น เช่น มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งกระดูก เป็นต้น

2.เมื่อได้รับโทลูอีนเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะในผู้เสพติดประเภทดมกาวซึ่งสูดดมโทลูอีนเป็นเวลาตั้งแต่ 3 ถึง 15 ปี พบว่ามีผลต่อสติปัญญาและอารมณ์ผิดปกติ ทำให้รู้สึกมีอารมณ์เคลิบเคลิ้ม มึนเมา คล้ายเมาเหล้า ฉุนเฉียวง่าย เซื่องซึม และยังส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่น เบื่ออาหาร และต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้การควบคุมการทำงานของระบบกล้ามเนื้อเสียไป เช่น ไม่สามารถหยิบจับหรือไม่มีแรงกำสิ่งของ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีรายงานความเป็นพิษผลต่อปอด เกิดภาวะถุงลมโป่งพอง (emphysema) ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น และ รายงานความเป็นพิษต่อตับและไตได้บ้าง เช่น ตับโต ความผิดปกติที่หลอดไต (renal tubule) ความผิดปกติของสมดุลย์อิเลกโตรไลท์ เป็นต้น รวมถึงมีผลต่อระบบเลือด เช่น ปริมาณของเม็ดเลือดแดงลดลง ความดันโลหิตต่ำ เม็ดเลือดแดงแตกง่าย และฮีโมโกลบินลดลง รวมถึงการกดไขกระดูก เป็นต้น ในผู้เสพติดที่เป็นหญิง อาจพบความผิดปกติของการเกิดประจำเดือน รวมไปถึงความผิดปกติของรอบระยะเวลาการเกิดประจำเดือน

ผลต่อหญิงตั้งครรภ์

หญิงตั้งครรภ์ซึ่งมีประวัติการใช้สารเสพติดประเภทกาว พบว่าอาจเกิดการคลอดก่อนกำหนดและทารกเสียชีวิต โดยอาจเกิดจากโทลูอีนมีผลต่อทารกในครรภ์โดยก่อให้เกิดความผิดปกติทางสมอง อย่างไรก็ตามการสัมผัสกับโทลูอีนในสภาวะการทำงานปกติ ยังไม่มีรายงานแน่ชัดถึงผลต่อทารกในครรภ์