«

»

ก.พ. 15

ตายแล้วไปไหน

สำหรับเรื่องนี้ก็ยังเป็นที่สงสัยของใครหลายๆคนต่างก็พากันสงสัยอยากรู้ว่าเวลาคนเรานั้นตายไปแล้วจะไปไหนซึ่งก็ยังไม่มีข้อที่แท้จริงและวันนี้เราจะมาบอกให้ใครหลายๆคนได้เข้าใจไปตามกัน

เรื่องนี้มีคุณสิริได้เล่าเอาไว้และมีท่านศาสตร์ตราจารย์และคนอื่นๆ

อีกหนึ่งคนได้บันทึกรวบรวมเอาไว้คุณสิริเล่าว่าเวลานั้นอายุได้เพียง19ปีติดตามพี่สาวไปอยู่อำเภอชนบทแห่งหนึ่งทางภาคอีสานวันสำคัญที่ทำให้ท่านได้รับรู้ว่าตายแล้วไปไหนนั้นเริ่มด้วยจากอาการปวดฟันกามเมื่อความปวดเพิ่มขึ้นคุณสิริก็ได้ไปหาหมอฟันอยู่ในตลาดเป็นชาวจีนหมอทำฟันก็จัดแจงถอนฟันกามซี่นั้นออกให้

จากนั้นคุณสิริก็ขึ้นสามล้อกลับบ้านพักถึงบ้านก็น่าจะประมาณ10นาฬิกาอาการปวดฟันกามก็ยังมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่มีความรู้สึดว่าง่วงนอนเป็นอย่างมากก็ได้เข้าไปในห้องนอนตัวเองแล้วก็ได้ล่มตัวลงนอนที่นอนตัวเองจากนั้นได้เกิดความรู้สึดอยู่อย่างหนึ่งมันเหมือนกับมีอะไรบ้างอย่างวิ่งขึ้นมาจากปลายมือปลายเท้าวิ่งตรงเข้ามาตรงที่หัวใจวินาทีนั้นความรู้สึกทั้งหมดก็ได้ดับหายไปไม่มีความรับรู้อะไรอีกทั้งสิ้น

คุณสิริยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นได้ตายไปแล้วภาวะหลังจากที่สิ้นใจนั้นเป็นอะไรที่บอกได้อย่างถูกต้องรู้แต่เพียงว่าตัวเองนอนอยู่แล้วก็มีผู้ชายสองคนมาปลุกให้ตื่นคนหนึ่งยืนอยู่บนศรีษะอีกคนหนึ่งยืนอยู่ปลายเท้าคนที่อยู่บนศรีษะมีครบเพลินทำด้วยทองเหลืองถืออยู่ในมือทั้งสองคนมีผิวกายสีดำคนที่ยืนอยู่ปลายเท้าเป็นคนปลุกคุณสิริให้ตื่น

แล้วก็บอกว่าไปกันเถอะคุณสิริเหมือนกับว่าพึ่งตื่นนอนได้ยินชายผิวดำซึ่งยืนอยู่ด้านปลายเท้าชวนให้ไปก็เกิดสงสัยถามว่าจะไปไหนไปด้วยกันก็แล้วกันคุณสิริก็ลุกขึ้นไปอย่างดีไม่มีความรู้สึดขัดอะไรชายที่อยู่บนศรีษะบอกให้พาสิริไปคนเดียวส่วนเขาจะแยกไปอีกทางคุณสิริจำได้เป็นทางเดินออกจากป่าโป่งก็ได้เดินตามไปจนเห็นภูมิภาคอื่นเป็นหาดทรายมีน้ำสะอาดน่าแอบและก็ได้พบกับกำแพงสูงใหญ่และได้เดินเข้าไปก็พบเห็นดอกบัวขึ้นสวยเต็มไปหมด

จากนั้นก็มีศาลามีพระนั่งอยู่เหนือธรรมมาสกำลังเทศนาธรรมมีชายหญิงนั่งฟังอยู่ไม่กี่คนส่วนใหญ่จะเป็นคนชราคุณก็หยุดเดินยกมือไหว้รำลึกถือพุทธคุณธรรมคุณสังฆคุณจากนั้นก็ได้เดินผ่านประตูเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100