«

»

มี.ค. 04

ตำนานชนเผ่ากินเนื้อคนของไทย

     เชื่อว่าหลายคนหากเราพูดถึงมนุษย์กินคนแล้วเราก็จะต้องนึกถึง  ซีอุย กันอย่างแน่นอนแต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ได้มีการพิสูจน์ออกมาแล้วว่าซีอุยนั้นไม่ได้เป็นฆาตกรกินเนื้อคนแต่อย่างใด

      แต่ก็ใช่ว่าประเทศไทยนั้นจะไม่มีคนที่กินเนื้อคนอันที่จริงแล้วเหตุการณ์ที่มีคนกินเนื้อคนนั้นเคยมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงโดยเกิดขึ้นในจังหวัดทางภาคใต้ของไทยนั้นก็คือจังหวัดนราธิวาสนั่นเอง 

ซึ่งในสมัยอดีตนั้นถ้าหากใครก็ตามที่ต้องการที่จะขู่เด็กให้กลัวหากพูดกับเด็กในจังหวัดนราธิวาสว่าระวัง ซีอุย  จะมากินตับนั้นเด็กๆจะไม่มีทางหวาดกลัวอย่างแน่นอนเพราะเด็กทางภาคใต้จะไม่รู้จักซีอุยแต่ถ้าหากพูดว่าระวังพวก บาเตาะ จับไปกินแล้วล่ะก็  เด็กๆจะหวาดกลัวกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

         สำหรับเรื่องเล่าตำนานบาเตาะนั้นเป็นเรื่องเล่าที่มีมานานแล้วโดยชาวบ้านจังหวัดนราธิวาสจะรู้จักกันเป็นอย่างดีเกี่ยวกับเผ่าบาเตาะซึ่งเป็นเผ่ามนุษย์กินคน  ซึ่งชาวบ้านเองไม่สามารถบอกได้ว่า เผ่าบาเตาะ มีการเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่แต่พวกเขาสามารถที่จะสังเกตได้ว่าใครที่เป็นคนของเผ่าบาเตาะ 

          เพราะจะมีวิธีการสังเกตนั่นก็คือ กลุ่มคนชนชาวเผ่าบาเตาะ จะมีลักษณะคล้ายกับชาวบ้านทั่วๆไปเพียงแต่ด้านหลังของพวกเขานั้นจะมีหางออกมาและวิธีการที่ชนเผ่ากลุ่มนี้นำเนื้อมนุษย์ไปกินนั้นก็คือพวกเขามักจะมีการดักซุ่มโจมตีชาวบ้านอยู่ตามบริเวณแม่น้ำใดที่มีการขึงเชือกเอาไว้หากชาวบ้านคนไหนพายเรือผ่านมาแล้วชนกับเชือกเหลือก็จะคว่ำ 

       และเมื่อเรือคว่ำแล้ว  ชาวเผ่าบาเตาะก็จะจับชาวบ้านเหล่านั้นมากินเป็นอาหาร อย่างไรก็ตามชาวเผ่าบาเตาะก็กินเนื้อคนในเผ่าด้วยกันเป็นอาหารเช่นเดียวกันแต่จะไม่กินเนื้อญาติพี่น้องของตนเองแต่หากใครก็ตามพี่ไม่ใช่ญาติพี่น้องของตนเองแล้วมีอายุสูงขึ้นพวกเขาจะมีการสั่งให้คนสูงอายุนั้นทดลองปีนต้นไม้ก็หาคนสูงอายุนั้นยังคงปีนต้นไม้ได้ก็จะรอดชีวิตแต่ถ้าหากไม่สามารถปีนต้นไม้ได้ก็แสดงว่าคนนั้นไม่มีประสิทธิภาพและไม่เหมาะสมที่จะมีชีวิตอยู่ในเผ่าดังนั้นคนดังกล่าวก็จะถูกนำมาฆ่าและกินเนื้อเป็นอาหารนั้นเอง

                อย่างไรก็ตามเหตุการณ์น่ากลัวแบบนี้เริ่มลุกลามไปทั่วในจังหวัดนราธิวาสทำให้ผู้นำชุมชนเห็นว่าหากปล่อยทิ้งไว้ชาวบ้านจะสูญหายล้มตายเป็นจำนวนมากจึงได้ออกอุบายให้คนที่สามารถพูดคุยกับชนเผ่าบาเตาะได้ได้เข้าไปทำการพูดคุยกับหัวหน้าในชุมชนนั้นโดยบอกว่าจะมีฝรั่งเข้ามาเพื่อต้องการที่อยากจะซื้อขลั่ง

ซึ่งครั้งนี้จะเป็นยางไม้ชนิดหนึ่งซึ่งสามารถทำเป็นเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดีหลังจากที่ชาวเผ่าบาเตาะไปเก็บขลั่ง มาไว้ที่บ้านเป็นจำนวนมากชาวบ้านจังหวัดนราธิวาสก็พากันเดินทางมาที่ชนเผ่าบาเตาะเพื่อชวนชนเผ่าบาเตาะเพื่อชวนกันเฉลิมฉลองก่อนที่จะมีฝรั่งมาซื้อขลั่ง 

            โดยชาวบ้านได้มีการแอบใส่ยานอนหลับไว้ในอาหารทำให้เมื่อชาว เผ่าบาเตาะกินเข้าไปแล้วก็สลบไสลหลังจากนั้นชาวบ้านก็พากันจุดไฟเผาโดยนำข้างที่ชาวเผ่าบาเตาะเก็บมานั้นเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเผาไหม้แต่อย่างไรก็ตามแต่ว่ากันว่ามีชนเผ่าบาเตาะหนึ่งคนที่รอดชีวิตออกไปได้และหนีข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งประเทศมาเลเซีย  ปัจจุบนว่ากันว่ายังคงมีชนเผ่าบาเตาะอยู่ แต่รูปลักษณ์หางยาวของพวกเขานั้นหายไปแล้วจะเหลือเพียงติ่งเล็กๆที่ก้นเพียงเท่านั้น 

 

 

สนับสนุนโดย    ufabet